วันนี้ (18 ส.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการประเมินผลกระทบของผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว ต่อเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ ในกลุ่มการค้า การผลิต และภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจทัวร์ พบว่า ส่วนใหญ่เห็นว่า จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศมากที่สุด เพราะมีผลต่อการจับจ่ายของคนในพื้นที่ ตลอดจนการจับจ่ายโดยรวมของประเทศ
โดยส่วนใหญ่ 60.6 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่า จะกระทบต่อการท่องเที่ยวเฉพาะภาคใต้เท่านั้น ซึ่งรัฐบาล ควรเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว เพิ่มมาตรการความปลอดภัย เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก และเร่งหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ตลอดจนเร่งดำเนินการชดเชยค่าเสียหายแก่ผู้ประสบเหตุ
โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ประเมินว่า ระยะเวลาที่ได้รับกระทบประมาณ 2 เดือน จะมีผลต่อการบริโภค ทำให้ยอดขายโดยรวมลดลงเฉลี่ยวันละ 75 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินหายไปจาก ระบบมากกว่า 4,500 ล้านบาท แต่คาดว่าจะมีผลทางจิตวิทยาต่อผู้บริโภคในพื้นที่เป็นระยะเวลาไม่นาน
ขณะที่ ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวพบว่าในภูมิภาคอื่นๆ ยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่ในภาคใต้ คาดว่าจะมีผลให้นักท่องเที่ยวที่จะไปภาคใต้ หายไปประมาณ 124,931 คน หรือประมาณ 1.1 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนคาดการณ์นักท่องเที่ยวของปีนี้ ที่ 33.2 ล้านคน เม็ดเงินจะหายไปจากระบบเศรษฐกิจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ มากกว่า 6,050 ล้านบาท หรือรวมผลกระทบทางเศรษฐกิจประมาณ 10,573 ล้านบาท หรือกระทบจีดีพี ปีนี้ 0.05-0.07 เปอร์เซ็นต์