สะพานลอยที่ได้รับความเสียหายนี้ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าแรงที่ถูกรถเครนชนทำให้เสียหายอย่างหนักไม่สามารถซ่อมแซมได้จึงต้องรื้อถอน ส่วนที่เสียหายออก ตามขั้นตอนบริษัทเจ้าของรถเครนที่ชนสะพานลอยจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เบื้องต้นประเมินว่าน่าจะประมาณ 1 ล้านบาท
สำหรับขั้นตอนการรื้อถอน จะต้องใช้รถเครนขนาดใหญ่ยกคานออก โดยสะพานลอย 1 สะพานจะมีคานรับน้ำหนักทั้งหมด 4 อัน กรณีนี้คานเสียหายเฉพาะฝั่งถนนขาเข้าเมือง นั่นหมายความว่าต้องยกคานออกทั้งหมด 2 อัน
ส่วนหลังจากนี้จะต้องทำแบบสะพานลอยไปหล่อคานใหม่ก่อนนำมาติดตั้งอีกครั้ง ซึ่งกระบวนการนี้อาจใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 15 วัน เพราะคานสะพานลอยที่เสียหายมีความยาวกว่า 30 เมตร และสะพานลอยตามปกติจะใช้คอนกรีตอัดแรงเสริมเหล็ก ซึ่งเป็นแบบเดียวกับสะพานข้ามแยก จึงถือว่าอาจต้องใช้เวลาหล่อคอนกรีตนาน และเมื่อหล่อคานเสร็จจะใช้เวลาติดตั้งประมาณ 7 วัน
ส่วนการจราจรในพื้นที่กรมทางหลวงขอความร่วมมือไปที่ตำรวจทางหลวงเพื่อขอให้ปิดเส้นทางถนนพหลโยธินขาเข้าเมืองสระบุรี จากกิโลเมตรที่ 98-กิโลเมตรที่ 102 หรือตั้งแต่ทางกลับรถเทพมงคลยนต์ไปจนถึงทางกลับรถกรม 4 และจะเปิดช่องการจราจรฝั่งขาเข้ากรุงเทพ ให้รถที่จะมุ่งหน้าเข้าสระบุรีวิ่งสวนเลนขึ้นมา 2 ช่องจราจร มาตรการนี้จะบังคับใช้ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงเวลาประมาณ 13.00 น. หรือจนกว่าการรื้อถอนสะพานลอยจะแล้วเสร็จ
สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นนี้ เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงยอมรับว่าจะกระทบกับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากแทบนี้เป็นชุมชน ซึ่งมีคนใช้สะพานลอยจำนวนหนึ่งโดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น ซึ่งก็ต้องเลี่ยงไปใช้สะพานลอยอื่นที่อยู่ในพื้นที่ โดยจุดที่ใกล้ที่สุดห่างออกไปประมาณ 500 เมตร