ตามที่ปรากฏเป็นข่าวกรณีนิสิตของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ป่วยหนักเข้ารับการรักษาในห้องไอซียูของโรงพยาบาล ด้วยอาการภาวะสมองขาดออกซิเจนและอาจมีปอดติดเชื้อจากการจมน้ำ สาเหตุมาจากการที่ลงไปล้างตัวในบ่อน้ำ ภายหลังเข้าร่วมกิจกรรมภาคปฏิบัติ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2559 นั้น
นางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านสิทธิเด็กและการศึกษา เปิดเผยว่า จากสถิติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมต่างๆ ภายในสถาบันการศึกษาหลายสถาบันว่า บางกิจกรรมมีผลกระทบต่อสภาพร่างกาย และจิตใจ ของนักศึกษาใหม่ แม้กิจกรรมดังกล่าวจะไม่ได้มีการบังคับให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม โดยนักศึกษาต้องสมัครใจในการเข้าร่วม แต่นักศึกษาใหม่ส่วนใหญ่เกรงว่าตัวเองจะไม่ได้รับการยอมรับ จึงยอมเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ทั้งที่ตนไม่เต็มใจ
กสม. ได้เคยเชิญผู้บริหารสถาบันการศึกษาที่ถูกร้องเรียนเข้าประชุมเพื่อปรึกษาหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม กสม. ยังคงมีความห่วงใยต่อกิจกรรมที่มีลักษณะที่สุ่มเสี่ยง ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงขอเสนอแนะต่อสถาบันการศึกษา โดยควรให้ความสำคัญต่อการจัดกิจกรรมต่างๆ ของนักศึกษาในสถาบัน โดยมุ่งเน้นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และจำเป็นต้องจัดให้มีการประชุมซักซ้อมความเข้าใจกับนักศึกษา เพื่อให้ทราบถึงข้อควรปฏิบัติหรือข้อที่ไม่ควรปฏิบัติในการจัดกิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งชี้แจงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสถาบันการศึกษาและตัวนักศึกษาเอง
อีกทั้ง การพิจารณาอนุญาตให้จัดกิจกรรมใดๆ สถาบันควรพิจารณาในรายละเอียดของกิจกรรมว่าเป็นกิจกรรมที่นำไปสู่จุดมุ่งหมายตามที่สถาบันการศึกษาต้องการจริงหรือไม่ และในการจัดกิจกรรมทุกครั้งต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาดูแลอย่างใกล้ชิด และสามารถตัดสินใจในเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดหรือไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้น และสถาบันการศึกษาควรมีการตรวจสอบและติดตามการทำกิจกรรมดังกล่าว เพื่อป้องกันมิให้เกิดมีการละเมิดสิทธิของนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม หากปรากฏมีการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิของนักศึกษา หรือการกระทำผิดกฎหมายสถาบันการศึกษา ต้องพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย