กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้นำกลุ่มคลัสเตอร์ทั้ง 17 กลุ่มใน 18 จังหวัด ร่วมกันจัดแสดงผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย สาขาอุตสาหกรรมแฟชั่น อาหารแปรรูป เซรามิกและยานยนต์ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมเครือข่ายกว่า 2 พันราย มีรายได้ปีนี้สูงถึงกว่า 2,071 ล้านบาทและสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 109 ล้านบาท
โดยรองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ย้ำว่า การนำรูปแบบคลัสเตอร์มาดำเนินการเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการเพิ่มขีดความสามารถให้กับเอสเอ็มอี
ส่วนในหน้า จะมีการพัฒนากลุ่มคลัสเตอร์ให้มากขึ้น ทั้งเรื่องการรวมกลุ่ม ช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนข้อมูล และการขยายตลาด
ด้านนายจักราวุธ ภูวประภาชาติ ผู้ประกอบการและสมาชิกในคลัสเตอร์ข้าวและข้าวแปรรูป ให้ความเห็นว่า จากที่เข้าร่วมกลุ่มคลัสเตอร์ทำให้ธุรกิจข้าวแปรรูปของตนเองได้พัฒนามากขึ้นเนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยเข้ามาให้คำปรึกษา ร่วมถึงเครือข่ายธุรกิจประเภทเดียวกันได้เข้ามาช่วยเหลือกันเรื่องการผลักดันตลาด ลดต้นทุนการผลิต