การกักตัว โจชัว หว่อง เลขาธิการพรรคเดโมซิสโต วัย 19 ปี ไม่ให้เข้าประเทศไทย เพื่อร่วมเสวนาหัวข้อ “การเมืองกับคนรุ่นใหม่” ตามคำเชิญของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลายเป็นกระแสโด่งดังไปทั่วโลก ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. แม้ว่า โจชัว จะเดินทางกลับถึงฮ่องกงอย่างปลอดภัย แต่ยังคงมีคำถามเกิดขึ้นอย่างมากมาย ต่อท่าทีและการปฏิบัติของรัฐบาลไทย
รศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่ารัฐบาลไทยทำไม่ถูกต้อง เนื่องจากการเดินทางมาประเทศไทยในครั้งนี้ ชัดเจนว่า โจชัว มาเพื่อร่วมเสวนาในงานรำลึก 6 ตุลา ไม่ได้ทำกิจกรรมทางการเมือง ในทางปฏิบัติทางการไทยจึงไม่มีเหตุผลในการกักตัว ที่สำคัญเลขาธิการพรรคเดโมซิสโต ไม่ได้เป็นผู้ที่มีประวัติอาชญากรรม การกระทำเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งไม่ว่าไทยจะทำตามคำสั่งของจีน หรือทำไปเพราะเหตุผลของรัฐไทยเอง ก็เป็นการสะท้อนถึงความโง่เขลาของผู้ที่หวาดกลัว
ด้าน ผศ.ดร.จันจิรา สมบัติพูนศิริ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า แม้ยังไม่มีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน ว่าทางการจีนขอร้องให้ไทยกักตัว โจชัว หว่อง ไม่ให้เข้าประเทศ แต่ท่าทีและการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่นั้น ชัดเจนว่าต้องได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา เนื่องจากตามกฎหมายระหว่างประเทศ ประเทศอื่นไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน หรือสั่งให้ประเทศที่เป็นเอกราชปฏิบัติตามที่คำสั่งได้ ยกเว้นกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง แต่หากมองในแง่ความสัมพันธ์ทางการทูต ก็อาจเป็นไปได้ว่าไทยต้องการทำให้จีนพอใจ ซึ่งเป็นรูปแบบนโยบายของประเทศไทย ในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศมหาอำนาจ
“แม้ว่าทางการไทยจะออกมาปฏิเสธ ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการกักตัวโจชัว แต่การกระทำในลักษณะนี้ต้องมีคนสั่ง และหน่วยงานที่รับผิดชอบในการปฏิบัติ การกระทำเช่นนี้นำมาซึ่งคำถามว่า ตกลงแล้วไทยเรายังมีเอกราชอยู่หรือไม่”
นักวิชาการรัฐศาสตร์ มธ. มองว่านอกจากเหตุผลการทำตามคำขอจากรัฐบาลจีน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน ก็ยังมีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลไทยอาจทำไปเพราะผลประโยชน์แอบแฝง เช่นเดียวกับกรณีการขัดขวางการแถลงรายงานการทรมาณ ภายใต้รัฐบาลทหารของแอมเนสตี้ เมื่อปลายเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เหตุผลที่รัฐบาลจีนและไทยกลัว โจชัว อาจเป็นไปได้ว่า กรณีการประท้วงที่ฮ่องกงซึ่งกินเวลายาวนาน กว่าที่รัฐบาลจีนจะยุติการชุมนุมลงได้ก็นำมาซึ่งข้อเสนอที่สุดโต่งให้ฮ่องกงแยกออกจากจีน ฉะนั้น การที่ โจชัว เดินทางไปแลกเปลี่ยนยังประเทศต่างๆ อาจเป็นแบบอย่างให้กับคนในประเทศนั้นๆ ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ที่ โจชัว โดนกักตัวที่ประเทศมาเลเซีย เป็นเพราะว่ามาเลเซีย ไทย และฮ่องกง มีรูปแบบการปกครองในลักษณะการจำกัดเสรีภาพหรือปกครอง ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยแบบมีเงื่อนไข ซึ่งขณะนี้ถือเป็นเทรนด์การปกครองในกลุ่มประเทศแถบเอเชียอาคเนย์
อ่านเพิ่ม >>> ไทยส่งกลับ “โจชัว หว่อง” นักเคลื่อนไหวฮ่องกง