นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และคณะลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อขยะเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด บริเวณพื้นที่บ้านหนองนาสร้าง หมู่ 19 ตำบลเหนือเมือง ริมถนนร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 5 กิโลเมตร โดยมี นายวัฒนพงษ์ ชิตทรงสวัสดิ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด พร้อมส่วนงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูล
รองนายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด ซึ่งดูแลงานด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขยะในเนื้อที่ทิ้งขยะ 30 ไร่ของเทศบาล เก็บขยะมา 30 ปีเคยพยายามแก้ปัญหาขยะล้นพื้นที่มาโดยตลอด โดยเมื่อปี 2557เคยมีบริษัทเข้ามาสัมปทานแก้ปัญหานำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงขายให้ภาคอุตสาหกรรม แต่ทำได้ไม่นานราคาน้ำมันลดลง จึงยกเลิกโครงการ เพราะภาคอุตสาหกรรม หันกลับไปใช้นำมันเชื้อเพลิงที่ถูกลงแทน จนกลายเป็นปัญหา ปัจจุบันมีขยะจากเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดเองมาทิ้งวันละ 60 ตัน และจากอีก 6 การปกครองท้องถิ่นมาทิ้ง 40 ตัน รวมเป็น 100 ตัน/วัน จนกลายเป็นปัญหาทำให้ขยะล้นออกมากองริมถนนและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของการใช้ถนนสายร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์ ซึ่งปัญหาการทิ้งขยะล้นถนนเกิดจากการที่มีการเมื่อขยะเทศบาลมาทิ้งยังไม่ได้เกรดออกจากทางเข้ากองขยะ ทำให้หน่วยงานอื่นที่เข้าไปทิ้งข้างในไม่ได้ แอบมาทิ้งริมถนนกลายเป็นปัญหา ที่ต้องแก้ไขทุกวัน ซึ่กำลังควบคุมเฝ้าระวังแก้ไขด้วยการตั้งเวรยามเฝ้าระวังไม่ให้ทิ้งบนไหล่ถนน ในขณะเดียวกันการแก้ปัญหาระยะยาว
ทั้งนี้ เทศบาลได้ทำสัญญาจ้างเหมาการจัดเก็บขยะถาวร โดยได้มีการทำสัญญาจ้างเหมากับบริษัทกำจัดขยะแล้วในวงเงิน 187.6 ล้านบาท เข้ามาแก้ปัญหา โดยติดขัดแค่การเคลียร์สถานที่ กำหนดว่าจะดำเนินการได้ภายในไม่เกินปลายเดือนตุลาคมนี้ จะเข้ามาเริ่มดำเนินการด้านความพร้อม ซึ่งจะใช้ระยะเวลาดำเนินการตามสัญญาที่จะเสร็จสิ้น และแก้ปัญหาได้ภายในปี 2561 ต่อไป หรือภายใน 3 ปี
ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ปัญหาขยะถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญที่ต้องเร่งจัดการขยะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนให้ความสำคัญหลังเดินทางมารับตำแหน่ง จากการรับฟังรายงานข้อมูลพบว่า เป็นปัญหาระยะยาวที่ยังไม่ได้รับแก้ไขอย่างเป็นระบบ ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องเร่งดำเนินการ พร้อมให้แนวทางการแก้ไขเฉพาะหน้า ในช่วงการรอการดำพเนินการของผู้รับจ้างเหมาคู่สัญญา เบื้องต้นกำชับว่า ต้องขนย้ายขยะด้านหน้าริมถนนที่ได้สร้างปัญหาให้กับประชาชนที่สัญจรไปมาออกไป พร้อมกับเปิดช่องทาง ให้ทุกภาคส่วนที่ทิ้งขยะ ให้สามารถเข้าไป ทิ้งขยะด้านหลังของพื้นที่ โดยไม่ให้ส่งผลกระทบกับประชาชน และชุมชนโดยรอบ รวมทั้งแก้ปัญหาล้นถนนส่งผลกระทบต่อการใช้เส้นทางที่จะเกิดอันตรายได้ให้เด็ดขาด พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ด้านหน้าให้สวยงามดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
สำหรับปัญหาการที่มีขยะจำนวนมาก วันละเป็น 100 ตัน ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า น่าจะมีการใช้การแก้ปัญหาขยะจากต้นทางด้วย โดยให้นโยบายว่า เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ที่เป็นเจ้าของพื้นที่รองรับขยะที่ตนเองมีวันละ 60 ตัน น่าจะเป็นต้นแบบ จัดระบบการคัดแยกขยะให้เป็นรูปธรรม เช่น ตลาดผักก็สามารถแยกขยะออกไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นแทนที่จะขนมาทิ้งน่าจะลดปริมาณลงได้กว่าครึ่ง และเมื่อทำได้เป็นต้นแบบแล้ว ก็ให้อีก 6 ท้องถิ่น ที่ร่วมทิ้งขยะ นำวิธีการแยกขยะก่อนทิ้งเพื่อเป็นการแก้ปัญหาแต่ต้นทางเข้ามาใช้เช่นกัน พร้อมกันนั้น ทุกภาคส่วนต้องช่วยรณรงค์ปลูกฝังให้ประชาชน ชุมชน ร่วมโครงการคัดแยกขยะ ซึ่งเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดรับเป็นเจ้าภาพหลักดำเนินงาน ให้เป็นไปตามเป้าหมายต่อไป