กิจกรรมแปรอักษรและพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อถวายความอาลัยและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นกิจกรรมที่หลายองค์กรพร้อมใจจัดทำขึ้น หนึ่งในนั้นคือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันอุดมศึกษาที่มีความโดดเด่น ในด้านการแปรอักษร โดยเหล่าประชาคมธรรมศาสตร์ได้ร่วมใจ จัดงาน “ชาวธรรมศาสตร์ ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป” ขึ้นในวันพรุ่งนี้ (28 ต.ค. 2559)
ศิรวิทย์ ปานพูนทรัพย์ หรือ พีค นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ ปี 4 หัวหน้าฝ่ายแปรภาพและอักษร หนึ่งในผู้รับผิดชอบกิจกรรมการแปรอักษรครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของศิษย์แม่โดมในวันพรุ่งนี้ บอกเล่ารายละเอียดกิจกรรมครั้งสำคัญกับ ทีมนิวมีเดีย PPTV ว่า กิจกรรมแปรอักษรและพระบรมฉายาลักษณ์ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะจัดขึ้นนั้น นอกจากจะตั้งใจให้เป็นส่วนหนึ่งในการถวายความอาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ การแปรอักษรยังมีนัยแฝงถึงความสามัคคี และเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของผู้ร่วมกิจกรรมด้วย
เขาบอกว่า หลังจากได้รับการประสานงาน จากผู้จัดงานหลัก ได้ร่วมกันคิดชุดการแปรอักษรกับทีมงาน สรุปว่ารูปแบบการแปรอักษร จะเหมือนกับกิจกรรมช่วงพักครึ่งงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ โดยแบ่งชุดการแสดงออกเป็น 3 ช่วงหลัก ช่วงที่ 1 เป็นการกล่าวถึงบทกลอนไว้อาลัย ช่วงที่ 2 เป็นการแปรข้อความและภาพโดยใช้แพลทร่วมกับร่ม ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ "อาทิตย์อับแสง" และช่วงที่ 3 เริ่มเข้าสู่เนื้อหาที่เกี่ยวข้องถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แบ่งย่อยออกเป็น 3 หัวข้อสำคัญ คือ วันวาน สื่อถึงพระราชกรณียกิจสำคัญที่ผ่านมาก วันนี้ สื่อถึงความเศร้าโศกเสียใจของพสกนิกรไทยทั่วทั้งประเทศ และ วันพรุ่งนี้ สื่อถึงสิ่งการน้อมนำคำสอนของพ่อหลวง ไปประพฤติปฏิบัติเพื่อพัฒนาประเทศให้ยั่งยืนสืบต่อไป ใช้ระยะเวลา 15 นาที ผู้ร่วมแปรอักษรทั้งหมด 2 พันคน
“แกนหลักของกิจกรรมแปรอักษรและพระบรมฉายาลักษณ์ คือการสื่อให้เห็นว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นดวงธรรมนำทางให้ประชาชนคนไทย ซึ่งทีมงานได้หยิบยืมคำนี้มาจากเนื้อร้องเพลง “ยูงทอง” เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 36 ซึ่งเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วย ซึ่งช็อตไฮไลท์สำคัญจะเป็นการแปรพระบรมฉายาลักษณ์คลอไปกับเพลงสรรเสริญพระบารมี”
เขากล่าวถึงความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการถวายความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณว่า ในฐานะนักศึกษานักกิจกรรมคนหนึ่ง ถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดที่ครั้งหนึ่ง ได้ร่วมทำกิจกรรมเพื่อพระองค์ท่าน แม้การแปรอักษรจะดูเป็นกิจกรรมเล็กๆ แต่ขั้นตอนกว่าจะออกมาเป็นภาพที่สวยงามนั้น ต้องอาศัยความละเอียดรอบครอบ ความพร้อมเพรียง และความสามัคคี ไม่น้อยไปกว่ากิจกรรมในรูปแบบอื่นๆ
ทั้งนี้ นอกจากการแปรอักษรแล้ว กิจกรรม “ชาวธรรมศาสตร์ ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป” ยังเปิดให้ร่วมลงนามถวายอาลัย ณ ลานยูงทองของพ่อ การอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ บรรเลงโดยวงดนตรีไทยเดิม จากชุมนุมดนตรีไทย มธ. การอ่านบทกวีและถ้อยคำถวายความอาลัย “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : แปรอักษรแทนใจ ถวายความอาลัยแด่ “พ่อหลวง”