พนักงานบริษัทบางกอกมีเดีย แอนด์บรอดคาสติ้ง จำกัด หรือ สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี ช่อง 36 ต่อแถวซื้อข้าวหอมมะลิ อย่างคึกคัก ข้าวหอมมะลิที่นำมาขายนี้ เป็นข้าวในโครงการ PPTV สนับสนุนข้าวพันธุ์ดีจากเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้พนักงานที่มีครอบครัวทำนานำข้าวมาขาย เพื่อบรรเทาปัญหาราคาข้าวตกต่ำ
ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี ช่อง 36 ยืนยันเจตนารมย์ในการริเริ่มโครงการ ว่าต้องการช่วยเหลือชาวนา ด้วยการเพิ่มช่องทางระบายข้าวในท้องตลาด โดยโครงการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
นอกจากข้าวที่กำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำแล้ว ต่อจากนี้ สถานีโทรทัศน์ พีพีทีวี ช่อง 36 ยังเตรียมพิจารณาจัดโครงการในลักษณะเดียวกันนี้ กับผลผลิตทางการเกษตรอื่น ที่ประสบปัญหาลักษณะเดียวกัน เพื่อเป็นอีกช่องทางในการช่วยเหลือสังคม อีกด้วย
ขณะที่กลุ่มชาวนาบางส่วนแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ โดยการโพสต์ขายข้าวกันเองบนโลกออนไลน์ รวมถึงกลุ่มกราฟิกดีไซต์เนอร์จิตอาสาร่วมกันทำความดี ช่วยออกแบบโลโก้ให้กับชาวนาที่ต้องการจะขายข้าวเองผ่านทางออนไลน์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวนาและชาวเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ราคาข้าวที่กำลังตกต่ำอย่างหนัก
ทั้งนี้ หลังข้อความดังกล่าวถูกแชร์ออกไป นอกจากจะมีชาวนาเข้ามาขอให้ออกแบบโลโก้แล้ว ยังมีเพื่อนสมาชิกเฟซบุ๊กกลุ่มกราฟฟิกดีไซน์เนอร์อาสาร่วมใจกันช่วยออกแบบโลโก้ กราฟฟิก แพคเกจจิ้ง แบนเนอร์ ตลอดจนการทำสื่อประชาสัมพันธ์ทางออนไลน์ให้กับชาวนาฟรี เพื่อความสะดวกรวดเร็วสร้างแบรนในการขายข้าวเป็นของตัวเอง จนเกิดการแชร์และได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมากทำให้ กลายเป็นเรื่องสุดประทับใจที่แชร์กันบนโลกออนไลน์
แต่การประกาศขายข้าวบนโลกออนไลน์ของเกษตรกร ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่าการข้าวผ่านออนไลน์ เข้าข่ายการผิดกฎหมายขายตรงหรือไม่ ซึ่งรองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ตั้งโต๊ะแถลงว่าการโพสต์ขายข้าวบนโลกออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก ไม่ผิดพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบและจากการตรวจสอบเฟซบุ๊กกว่า 1,000 ตัวอย่าง ก็ไม่มีลักษณะหรือเจตนาประกอบธุรกิจขายตรง เพราะไม่มีคนกลางมีส่วนได้เสียจากการซื้อขาย