โดมหลังนี้มีขนาดกว้าง 257 เมตร ยาว 164 เมตร และสูง 110 เมตร ทำให้มันกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างที่เคลื่อนย้ายได้ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกไปโดยปริยาย ซึ่งนาย”เปโตร โปโรเชงโก้” ประธานาธิบดียูเครน ซึ่งเป็นประธานในงานเปิดตัวที่ว่านี้บอกว่า ต้องขอขอบคุณประเทศต่างๆ รวมถึงองค์กรนานาชาติ ที่ช่วยกันทั้งด้านแรงงานและงบประมาณ ในการก่อสร้างโดมหลังนี้ ซึ่งมันจะช่วยป้องกันการรั่วไหลของกัมมันตรังสี และทำให้ประชาชนในภูมิภาคนี้ ได้รับความปลอดภัยไปอีก 100 ปีข้างหน้า
โดมยักษ์ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับโรงเก็บเครื่องบิน ใช้เงินเป็นค่าก่อสร้างราว 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 57,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงขันกันของ 28 ประเทศ รวมถึงองค์กรปรมาณูเพื่อสันตินานาชาติอีกหลายแห่ง
ด้านนาย "ออสแท็ป เซเมอรัค" รัฐมนตรีกระทรวงนิเวศน์วิทยาและทรัพยากรธรรมชาติของยูเครนเปิดเผยว่า โดมยักษ์หลังนี้ จะถูกนำไปครอบเตาปฏิกรณ์ปรมาณูหมายเลข 4 ก่อนที่โดมหลังเก่าจะถูกรื้อทิ้งไป เนื่องจากหมดอายุ ซึ่งโดงหลังใหม่นี้ ประสิทธิภาพดีกว่า เพราะสามารถป้องกันไม่ให้กัมมุนตรังสีรั่วไหลออกไปแล้ว ยังสามารถกันน้ำฝนไม่ให้ไหลเข้าไปภายในโดมด้วย
โศกนาฎกรรมเชอร์โนบิล เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน ปี 1986 ถือเป็นอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ในแง่ของค่าใช้จ่ายและชีวิตผู้คน เพราะมีคนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในวันนั้นถึงกว่า 6 แสนคน