นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าในช่วงนี้ประชาชนมักเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เพื่อสัมผัสอากาศที่หนาวเย็น และอาจเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคลหรือเช่ารถไปเป็นหมู่คณะโดยรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถตู้ รถทัวส์ รถบัส ทั้งประจำทางและไม่ประจำทาง ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหมู่ทางถนนได้ แม้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยเมื่อเทียบกับอุบัติเหตุจากรถยนต์ส่วนบุคคล แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมักจะมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
นพ.เจษฎา กล่าวต่อไปว่า การบาดเจ็บทางถนนที่ผ่านมามีปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บและความรุนแรงมากขึ้น ได้แก่ การขับรถเร็ว เมาแล้วขับ การไม่ชำนาญเส้นทาง การขับรถในบริเวณภูเขา การขับรถในเวลากลางคืน และการขับรถติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยพักผ่อนไม่เพียงพอ การใช้รถที่ไม่เหมาะสม เช่นการใช้รถบัสสองชั้นเช่าเหมาไปท่องเที่ยวตามพื้นที่ภูเขา รวมไปถึงการไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกัน ทั้งการคาดเข็มขัดนิรภัย และสวมหมวกกันน็อค
หากจำเป็นต้องเช่ารถโดยสารไม่ประจำทาง สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมี 5 ข้อ ดังนี้ 1.เลือกพาหนะให้เหมาะสมกับพื้นที่ และควรเป็นรถโดยสารชั้นเดียว 2.เลือกบริษัทที่น่าเชื่อถือ รับผิดชอบได้เมื่อเกิดเหตุ 3.สัญญาเช่ารัดกุม มีประกันภัย 4.มีการตรวจสภาพรถและอุปกรณ์ความปลอดภัยพร้อมใช้งาน เช่น เข็มขัดนิรภัย ประตูฉุกเฉิน ค้อนทุบกระจก ถังดับเพลิง สภาพยางดี มีGPS นำทาง จำกัดความเร็ว และมีกล้องหน้ารถและในรถ 5.สภาพร่างกายของพนักงานขับรถต้องพร้อม พักผ่อนเพียงพอ ไม่ดื่มสุรา และหากเดินทางไกลเกิน 400 กม.ต้องมีคนขับรถ 2 คนสับเปลี่ยน และหยุดพักเป็นระยะ
“ที่สำคัญผู้ขับขี่ต้องศึกษาเส้นทางให้ดี เพิ่มความระมัดระวังในเส้นทางที่เป็นภูเขาและมีหมอกหนา ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ส่วนผู้โดยสารก็ต้องศึกษาวิธีการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ ในกรณีฉุกเฉินจะได้พร้อมใช้งานทันที หากพบผู้บาดเจ็บ ถ้าท่านไม่มีความรู้ในการกู้ชีพหรือการปฐมพยาบาล ไม่ควรเข้าไปเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บด้วยตนเอง เนื่องจากอาจจะทำให้เกิดความพิการได้”
สำหรับสถิติการเกิดอุบัติเหตุเฉพาะรถโดยสารสารธารณะ ในช่วงปี 2559 นี้ (ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.–24 พ.ย. 2559) มีอุบัติเหตุ 129 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1,986 คน และเสียชีวิต 169 คน เฉลี่ยเกิดเหตุ 1 ครั้ง จะมีผู้เสียชีวิต 1-2 คน และ ผู้บาดเจ็บ 15 คน