นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกกรรมาธิการยกร่างเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ (ยกร่างฯ) ได้หารือและมีมติเห็นพ้องเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นของศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองว่า ให้ศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง ยังคงเป็นแผนกหนึ่งในศาลฎีกา โดยมีผู้พิพากษาศาลฎีกา 9 คน ที่เลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เหมือนกับรัฐธรรมนูญปี 2550
ส่วนประเด็นใหม่ที่มีขึ้นนั้น ได้มีการเพิ่มศาลวินัยทางการเงินการคลังเเละงบประมาณ ให้บรรจุอยู่ในแผนกหนึ่งของศาลปกครอง ซึ่งมีคดีที่ไม่ได้มีโทษถึงขั้นคดีอาญา
ส่วนศาลรัฐธรรมนูญนั้น ใน รธน.ใหม่ จะมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยคือ จะมีผู้ดำรงตำเเหน่ง 9 คนดังเดิม เเต่จะเปลี่ยนในส่วนของสัดส่วนที่มา คือ มาจากผู้พิพากษาศาลฎีกา 2 คน ผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขานิติศาสตร์ 3 คน เเละตุลาการศาลปกครองสูงสุด 2 คน ดำรงวาระ 9 ปีดังเดิม ส่วนตำแหน่งประธานศาลฎีกานั้น ปรับให้มีการดำรงตำเเหน่ง 3 ปีเเล้วเลือกตั้งใหม่ เเละเปลี่ยนที่มาของกระบวนการสรรหาที่จะไม่ได้เป็นเพียงประธานจากองค์กรอิสระเป็นผู้เลือก เเต่จะมีการสรรหาด้วยวิธีการใหม่ที่มีการเลือกจากหลากหลายฝ่ายมากขึ้นกว่าเดิม และในส่วนของวันนี้ จะมีการยกร่างเกี่ยวกับประเด็นขององค์กร การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐต่อไป
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะพิจารณาเรื่องการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐในสัปดาห์หน้า โดยเนอว่า ให้ยกเลิกคำว่าองค์กรอิสระ และใช้คำว่าองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐแทน