วันนี้ (8 ม.ค.60) หลังพบการทุจริตสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนนายสิบตำรวจในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล จนถูกสั่งให้การสอบยกเลิกเป็นโมฆะ ล่าสุดพันตำรวจเอกอุเทน นุ้ยพิน ผู้กำกับการศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เตรียมเดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยงานรับสมัครสอบ หลังพบหลักฐานเป็นกระดาษคำตอบของผู้ที่เข้าสมัครสอบซึ่งได้คะแนนน้อยที่สุด แต่กลับพบว่ามีการเขียนเฉลยคำตอบไว้บนกระดาษด้วยตัวหนังสือขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้ผู้ร่วมเข้าสอบคนอื่นๆสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะแจ้งความเอาผิดผู้รับจ้าง ตามกฎหมายอาญามาตรา 137 ข้อหากรอกข้อมูลเท็จในระบบราชการ และความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท
หลังจากนั้นจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อไปแจ้งความที่ สน.สุทธิสาร เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อเหตุใช้สถานที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนรัชดาภิเษกในการนัดแนะเพื่อจะทำการโกงข้อสอบ และแจ้งความที่ สน.หัวหมาก ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุในการโกงสอบต่อไป และหากพบข้าราชการที่เกี่ยวข้องก็จะพิจารณาโทษทางวินัยด้วย
ด้านตัวแทนผู้เข้าสอบนายสิบตำรวจในครั้งนี้ ซึ่งได้รับความเสียหาย ได้เปิดเผยกับทีมข่าว PPTV ว่า ในวันพรุ่งนี้กลุ่มผู้เข้าสอบจะเดินทางไปรวมตัวกันที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยแต่งกายชุดนักเรียนเพื่อร้องขอความเป็นธรรมและสิทธิในการบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ เนื่องจากมีผู้สมัครสอบจำนวนมากที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในครั้งนี้ แต่กลับได้รับผลกระทบโดยการสอบดังกล่าวเป็นโมฆะ
ขณะที่ พลอากาศตรี นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา ระบุถึงกรณีมีนิสิตและนักศึกษาแพทย์ร่วมขบวนการทุจริตสอบครั้งนี้ว่า ขณะนี้นักศึกษาแพทย์ที่เข้าไปเกี่ยวข้องยังไม่ถือว่าเป็นแพทย์ ซึ่งทางแพทยสภายังไม่สามารถดำเนินการลงโทษได้ แต่หากทราบชื่อและสถาบันของนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวที่เกี่ยวข้องการการทุจริตแล้ว ก็สามารถแจ้งชื่อไปยังคณบดีของแต่ละมหาวิทยาลัยให้ลงโทษได้เลย เพราะเรื่องนี้ถือว่าสำคัญและเป็นเรื่องของจรรยาบรรณแพทย์ ยิ่งนักศึกษาแพทย์ทำการโกงตั้งแต่ยังไม่เป็นแพทย์ยิ่งน่าเป็นห่วง
พร้อมยืนยันว่าหากพบนักศึกษาแพทย์รายใดร่วมทุจริตสอบครั้งนี้ ทางคณบดีของมหาวิทยาลัยนั้นๆ ต้องว่ากล่าวตักเตือนทำโทษหรือภาคทัณฑ์ต่อไป