วันนี้ (8 ม.ค.60) ตำรวจนำตัว 2 สามีภรรยาเจ้าของโรงงานผลิตเครื่องประดับ ร้านปิ่นเพชร เข้าตรวจสอบและชี้จุดด้านในบ้านพัก ที่ใช้จัดเก็บและแปรสภาพของกลาง ที่ผู้ต้องหาชาวโคลัมเบียนำมาขายให้ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง เป็นทรัพย์สินมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท การตรวจค้นตำรวจนำหนึ่งในผู้ต้องหา ชาวตุรกี มาร่วมยืนยันการนำทรัพย์สินมาขายที่บ้านหลังนี้ด้วย
จากการตรวจสอบโรงงาน และของกลางทั้งหมด เบื้องต้นพบว่า โรงงานแห่งนี้ไม่มีเอกสารใบอนุญาตประกอบกิจการ ขณะที่ใบติดต่อซื้อขาย ถูกเผาทำลายหลักฐาน คาดว่าก่อเหตุลักษณะเป็นกระบวนการ โดยจะเชิญสมาคมเพชรพลอย สมาคมค้าทองมาร่วมตรวจสอบของที่พบภายในบ้านหลังนี้และทำการค้นอย่างละเอียดเพิ่มเติม
ตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันรับของโจร ประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซื้อขายของเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีรายการบัญชีซื้อขายของเก่า พร้อมยึดของกลางทั้งที่แปรสภาพแล้ว และยังไม่แปรสภาพในคดีนี้ไปทั้งหมด
หลังจากนี้ตำรวจจะขยายผลติดตามชาวโคลัมเบียผู้ร่วมการโจรกรรมที่ยังหลบหนีอีก 2 คน และคนไทยที่เป็นผู้ประสานงานซื้อขายทองระหว่างโรงงานกับแก๊งโคลัมเบียมาดำเนินคดี และจะเดินหน้ามาตรการติดตามจับกุมแก๊งโคลัมเบียกลุ่มอื่นที่ยังหลบหนีหมายจับในประเทศไทยอีก 139 คน มาดำเนินคดีทั้งหมด