ทีมข่าวพีพีทีวี จำแนกบทบาทและจุดยืนของตัวละครนี้ออกเป็น 3 ชุด
1.ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม หน่วยงานนี้มั่นใจและให้น้ำหนักว่า ครูจอมทรัพย์เป็นแพะ และเวลานี้ก็มีบทบาทช่วยเหลือในทางคดีอยู่
2. สมาคมพนักงานสอบสวน สงวนท่าทีและไม่ฟันธงว่า ครูจอมทรัพย์เป็นแพะหรือไม่ แต่ให้น้ำหนักถึงความผิดพลาดทางเทคนิคต่อสู่คดีของครูจอมทรัพย์ที่ไม่ยอมให้การในชั้นพนักงานสอบสวน และการันตีว่า พนักงานสอบสวน สภ.เรณูนคร ทำหน้าที่ครบถ้วนถูกต้อง
3. นายอัฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่ออกมาเคลื่อนไหวถึงขั้นลงเดิมพันว่าจะยุติบทบาทในงานของตัว หากครูจอมทรัพย์เป็นแพะจริง และไม่ได้ร่วมมือกับคนรู้จักสร้างเรื่องเป็นขบวนการ สอดคล้องกับข้อมูลจากฝั่งตำรวจสภ. เรณูนคร จเรตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ออกมาแถลงการณ์ข่าววันนี้
มาถึงจุดนี้ คงมีคำถามว่า สาเหตุใด ทำไมข้อเท็จจริงคดีครูจอมทรัพย์ จึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คำตอบที่ชัดเจนอาจจะต้องรอคำชี้ขาดของศาลตามขั้นตอน แต่เมื่อสถานการณ์เดินมาถึงจุดนี้ ก็อาจจะวิเคราะห์เบื้องต้นได้ว่า นี่คือเดิมพันที่ทุกฝ่ายถอยหลังไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อดูจากขั้นตอนการรื้อฟื้นคดีและผลลัพท์ที่จะเกิดขึ้น
ตามพระราชบัญญัติการรื้อการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ ปี 2526 ฉบับปัจจุบันที่มีผลบังคับใช้อยู่ กำหนดเงื่อนไขที่เข้าข่ายคดีที่จะถูกรื้อฟื้นไว้ในมาตรา 5 สรุปให้ง่ายได้ 3 เงื่อนไข คือ 1. พบพยานเบิกความเท็จ 2.พบพยานหลักฐานเป็นเท็จ และ 3 . มีพยานหลักฐานใหม่ เงื่อนไขข้อนี้ทำให้คดีครูจอมทรัพย์เข้าข่าย จากหลักฐานที่กลุ่มเพื่อนและทนายคนหนึ่งเสาะหาเอง จนไปพบคนที่อ้างว่า เป็นผู้ขับรถชนจักรยานตัวจริง
เมื่อคดีเข้าเงื่อนไข กระบวนการก็จะเริ่มต้นจากการยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นดคี และหากศาลชั้นต้นเห็นว่ามีมูลก็จะส่งต่อให้ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดว่าจะรื้อฟื้นคดีหรือไม่ เมื่อศาลอุทธรณ์มีความเห็นแล้ว ก็จะส่งกลับให้ศาลชั้นต้นรื้อฟื้นคดี โดยการสืบพยาน ขั้นตอนนี้คือกระบวนการที่เป็นอยู่ของคดีครูจอมทรัพย์ ที่เมื่อวานศาลจังหวัดนครพนมนัดสืบพยานในวันที่ 8 – 10 กุมภาพันธ์
จากนั้นศาลชั้นต้นคือ ศาลจังหวัดนครพนมก็จะต้องสืบพยานให้สิ้นสงสัย ก่อนจะส่งความเห็นให้เห็นให้ศาลฎีกาชี้ขาดว่า จะยกคำร้อง หรือ ยกคำพิพากษาเดิม
กระบวนการในกฎหมายสอดคล้องกับขั้นตอนที่ นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม แถลงการณ์ให้ข้อมูลเมื่อวาน ที่สำคัญในการแถลงเมื่อวานนี้ โฆษกศาลยุติธรรม ยังให้ความชัดเจนว่า หากปลายทางของการรื้อฟื้นคดี ปรากฎว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดตามคำพิพากษาเดิม ก็จะต้องเข้าสู่การพิจารณาว่า ความบกพร่องของพยานและหลักฐานในคดีเดิม เกิดขึ้นจากความบกพร่องโดยสุจริต หรือ โดยเจตนา และหากพบว่าการเป็นการเจตนา ก็มีสิทธิ์ที่จะดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้องได้
สำหรับคดีครูจอมทรัพย์ มีความซับซ้อนกว่านั้น เพราะตำรวจมีข้อมูลอีกชุดที่โต้แย้งกันอยู่ คือ ข้อกล่าวหาว่ามีขบวนการจ้างวานรับผิดแทนครูจอมทรัพย์ ซึ่งหากข้อกล่าวหานี้ มีน้ำหนัก ครูจอมทรัพย์และคนที่เกี่ยวข้อง ก็อาจจะถูกดำเนินคดีใหม่ และยังอาจหมายถึง เดิมพันของกระทรวงยุติธรรมที่วันนี้มีบทบาทช่วยเหลือครูจอมทรัพย์และความมั่นใจในพยานหลักฐานที่ตัวเองมีอยู่ด้วย
อ่านข่าว : ตร.เปิดหน้าชน อ้างมีขบวนการ 6 คน จ้างคนรับผิดแทนครูจอมทรัพย์ (คลิป)
อ่านข่าว : อัยการเตือนวิจารณ์รื้อคดีครูจอมทรัพย์อาจละเมิดอำนาจศาล