วันนี้ (31 ม.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมบอร์ดขสมก. ในวันนี้เป็นการประชุมตามวาระปกติ แต่เรื่องที่ถูกจับตามองยังคงเป็นเรื่องการจัดซื้อรถเมล์ NGV489 คัน ซึ่งมีบริษัทเบสรินท์ กรุ๊ป จำกัด เป็นคู่สัญญาจัดซื้อ และระบุว่ารถจัดซื้อมาจากมาเลเซีย ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลของกรมศุลกากรที่ระบุว่ารถมาจากจีน ทำให้การขนส่งรถและการส่งมอบรถให้ขสมก. ติดขัด จนถึงตอนนี้ยังเหลือรถเมล์ NGV อีก 99 คัน ยังถูกอายัดไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง
ส่วนรถเมล์ส่วนที่เหลือ เอกชนนำออกจากท่าเรือและส่งมอบให้ขสมก.แล้ว แต่ก่อนหน้านี้ขสมก.ยืนยันว่าเป็นการรับมอบรถอย่างไม่เป็นทางการเพื่อนำรถมาตรวจสอบคุณภาพ ส่วนการส่งมอบรถอย่างเป็นทางการตามกระบวนการจะเริ่มในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แต่เมื่ออัยการสูงสุดเสนอแนะให้ชะลอออกไปก่อน จึงรอการหารือหลังการประชุมว่าบอร์ด ขสมก.จะมีทิศทางอย่างไร
ย้อนกลับไปดูในช่วงที่รถเมล์ถูกอายัด พีพีทีวีลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังพบอะไหล่และชิ้นส่วนของรถหลายชิ้นเป็นของจีน เช่น ล้อรถ แชทซี เกียร์ เพลา รวมถึงมีข้อมูลว่า หากรถนำเข้าอะไหล่จากจีนและไปประกอบที่มาเลเซีย ตอนขนส่งจากจีนไปที่มาเลเซีย น้ำหนักต้องเบากว่าตอนขนจากมาเลเซียมาไทย แต่ในความเป็นจากการตรวจสอบพบว่า น้ำหนักเท่ากันที่ 12.8 ตัน
ทั้งนี้ หากเอกชนระบุที่มาของรถไม่ตรงกับความเป็นจริงไม่เฉพาะแต่การเสียค่าปรับให้กรมศุลกากรเท่านั้น แต่ยังถือเป็นความเสี่ยงที่อาจถูกยกเลิกสัญญาของขสมก. และอาจทำให้ความหวังในการได้รถเมล์ใหม่ของประชาชนดับวูบลงอีกครั้ง