การกลับมาอีกครั้งของโทรศัพท์มือถือรุ่นตำนานอย่าง โนเกีย 3310 เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่แยบยล เพราะแม้ว่า 3310 จะไม่ใช่โทรศัพท์สมาร์ทโฟน แต่การเปิดตัวในรูปลักษณ์โฉมใหม่ครั้งนี้ ก็ได้รับความสนใจอย่างถล่มทลาย
ราคา 1,800 บาท สะท้อนถึงลูกเล่นที่จำกัด หากเทียบกับโทรศัพท์มือถือที่มีอยู่ทั่วไปในท้องตลาดปัจจุบันนี้ แม้ว่าจะมีการพูดถึงลูกเล่น การใช้งานที่สนใจ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่อยู่ได้ถึง 1 เดือน แต่นั่นก็ไม่ใช่จุดขายที่แท้จริงของ 3310 การเปิดตัว 3310 ครั้งนี้ ชวนให้ผู้คนหวนนึกถึงความหลัง ที่เมื่อ 17 ปีที่แล้ว หลายๆ คนก็เคยเป็นเจ้าของโนเกีย 3310 มาแล้ว การตลาดที่ตอบสนองต่อความรู้สึกที่เรียกว่า Nostalgia หรือ ความรู้สึกเวลาที่เราโหยหาถึงวันเวลาในอดีตนี้ เป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลัง และมีตัวอย่างให้เห็นแล้วมากมาย
ในแวดวงภาพยนตร์ฮอลลีวูด มีการนำภาพยนตร์เรื่องเก่า ๆ กลับมาสร้างใหม่เรื่อยๆ อยู่แล้ว แต่ตัวอย่างที่ดีที่สุดของการหวนถึงอดีตในช่วงไม่กี่ปีนี้ คือ ซีรี่ส์เรื่อง Stranger Things ที่ฉายทาง Netflix เมื่อปีที่แล้ว โดยกระบวนการผลิต สถานที่ ตัวละคร และเพลงประกอบในซีรีส์เรื่องนี้ ล้วนสร้างบรรยากาศของยุค 80 ได้อย่างสมจริง
อีกหนึ่งตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย และเหนือความคาดหมาย มาจากค่ายเกมนินเทนโดที่ตัดสินใจรวมเกม 8 บิท ทั้งหมด บรรจุลงในเครื่องเกมส์ NES Mini หรือ Famicom Mini เครื่องเกมส์อมตะเหล่านี้ตกยุคไปนานกว่า 25 ปีแล้ว แต่พอนินเทนโดนำกลับมาจำหน่ายอีกครั้ง ก็ขายหมดอย่างรวดเร็วจนขาดตลาด
เป็นอีกครั้งที่การตัดสินใจซื้อสินค้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้งานหรือราคาที่ถูก แต่ซื้อเพราะเป็นเหมือนของที่ระลึกที่ทำให้เรานึกถึงช่วงเวลาดีๆ ช่วงหนึ่งที่เคยผ่านมา ซึ่ง โนเกีย 3310 ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนปรากฏการณ์นี้ได้เป็นอย่างดี โนเกีย 3310 เป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกๆ ที่ขายดีอย่างถล่มทลายทุกมุมโลก ด้วยยอดขายกว่า 126 ล้านเครื่อง
แม้ว่านี่จะไม่ใช่ไพ่เด็ดที่ โนเกีย จะใช้เพื่อทวงบัลลังก์คืนจาก แอปเปิล หรือซัมซุง แต่ก็น่าจับตามองว่า 3310 จะทำยอดขายขนาดไหน เพราะเชื่อว่าตอนนี้ น่าจะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกหลงใหลในอดีตและอยากเป็นเจ้าของโทรศัพท์รุ่นบุกเบิกของวงการโทรศัพท์มือถือ กันแล้ว