วันนี้ประเด็นร้อนของวงการกีฬาอยู่ที่การเซ็นสัญญาฉบับใหม่ของ "ซิโก้" ที่ยืดเยื้อมานาน ซึ่งวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่สมาคมกีฬาฟุตบอลกำหนดให้ "ซิโก้" ต้องต่อสัญญาให้เรียบร้อย หากพ้นวันนี้ไปจะไม่มีการต่อสัญญาใดๆทั้งนั้น แต่ที่ผ่านมากระแสข่าวว่าทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาตกลงรายละเอียดกันไม่ได้ และมีแน้วโน้มว่าจะไม่มีการเซ็นสัญญา
ล่าสุดวันนี้ "ซิโก้" ได้เดินทางไปที่สมาคมกีฬาฟุตบอล เพื่อเจรจาเรื่องสัญญา ซึ่งกองทัพสื่อมวลชนก็ปักหลักรอทำข่าวอยู่แล้ว ทันทีที่ "ซิโก้" มาถึงทาง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลได้เดินออกมาต้อนรับและจูงมือกันเข้าไปนั่งคุยในห้องประชุมนานกว่าชั่วโมง จากนั้นจึงได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่า ได้ต่อสัญญากับ "ซิโก้" ออกไปอีก 1 ปี โดยจะมีผลทันที พร้อมกับให้ ซิโก้ เป็นคนหาทีมงานเอง
ส่วนประเด็นที่หลายคนสงสัยคือการเสียภาษีที่มีข่าวว่า สมาคมฯ ตกลงกับ ซิโก้ เรื่องการจ่ายภาษีไม่ได้ ทำให้ไม่ได้เซ็นสัญญากันสักที เรื่องนี้ ซิโก้ ตอบสื่อมวลชนว่า เรื่องการเสียภาษีไม่เกี่ยวกับการต่อสัญญา ไม่อยากให้เอามาเป็นประเด็น ทุกคนต้องเสียภาษีเหมือนๆกันรวมถึงตนเองด้วย
หลังจากนี้ ซิโก้ จะเตรียมงานคุมทีมชาติทันที โดยจะพานักเตะไปเก็บตัวที่กิเลนวัลเลย์ เขาใหญ่ เพื่อเตรียมทำศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกพบกับ ซาอุดีอาระเบีย ในวันที่ 23 มี.ค. 60 และออกไปเยือน ญี่ปุ่น วันที่ 28 มี.ค. 60
ย้อนรอยประเด็นสัญญาซิโก้
สำหรับเรื่องสัญญาของซิโก้ในการคุมทีมชาติ ถ้าหากจำกันได้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เพิ่งเกิดขึ้น เมื่อปลายปีที่แล้ว เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้ว ทีมข่าวพีพีทีวีจึงได้ทบทวนเหตุการณ์ให้ดูอีกครั้งหนึ่ง
หลังจากจบซูซูกิคัพ สื่อได้มีการถามเรื่องสัญญาซิโก้มาโดยตลอดเพราะจะหมดสัญญาลง สุดท้ายคำสัมภาษณ์ที่ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฝากถามแฟนบอลว่า “อยากอยู่กับที่ หรือก้าวข้ามอาเซียน” เป็นคำพูดที่สื่อนำไปตีความได้ว่า สมมคมกีฬาฟุตบอลอาจจะไม่ต่อสัญญากับซิโก้ เพราะมีเป้าหมายอยากก้าวข้ามระดับอาเซียน
ช่วงนั้น ซิโก้ มาให้สัมภาษณ์กับ PPTV ว่าพร้อมทำงานเรื่องสัญญาขึ้นอยู่กับสมาคม พอเรื่องสัญญาใกล้จบ พล.ต.อ.สมยศ ออกมาบอกว่า สื่อคิดไปเอง “ผมไม่เคยบอกว่าจะไม่ต่อสัญญากับซิโก้ มีแต่สื่อมาถาม ผมก็ตอบ”
สุดท้ายเรื่องดราม่า ตอนแรกจบที่ตกลงจะทำงานร่วมกันต่อ แถมนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลบอกว่า “กลัวสื่อไม่มีงานทำ เลยอยากให้มาเจอกันบ่อยๆ” ข่าวหลังจากนั้นออกมาตลอดว่า ทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ระหว่างขั้นตอนการร่างสัญญา และฝ่ายกฎหมายสปอร์ต ฮีโร่ กำลังตรวจอยู่
เวลาผ่านมากว่า 1 เดือนจุดพีค ที่ทำให้เกิดเรื่องราวดราม่าสัญญาซิโก้ รอบ 2 คือการออกมาเปิดเผยปัญหาความล่าช้าในการไม่ยอมเซ็นสัญญาของซิโก้เพราะมาจากเรื่องภาษี ผ่านทางหน้าเพจ FAIR ของสมาคมกีฬาฟุตบอล จึงกลายเป็นจุดแตกหัก แถมสมาคมกีฬาฟุตบอลยังขีดเส้นตายให้ซิโก้ ต้องเซ็นสัญญาภายในวันนี้ด้วย
ขณะที่ ข่าวลือออกมาเป็นระลอกว่า ซิโก้จะไม่ต่อสัญญาคุมทีมชาติ เพราะข้อตกลงสัญญาไม่ลงตัว เมื่อวานนี้ พล.ต.อ.สมยศ ไปงานให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า “ไม่เคยบอกว่าไม่ต่อสัญญาซิโก้ แต่แค่รอไม่ได้ ต้องรักษาผลประโยชน์สมาคม”
นี่เป็นคำพูดช่วงเช้าที่ผ่านมา ก่อนที่ช่วงบ่าย ซิโก้ กับ บิ๊กอ๊อด ต้องมาเจอกันในงานเปิดตัวเสื้อทีมชาติ ทีมข่าวได้สังเกตปฏิกิริยาของคนทั้งสองคน พบว่า ทั้งสองคนนั่งห่างกัน ไม่คุยกัน ซึ่งผิดปกติที่ก่อนขึ้นเวทีนั้น จะต้องนั่งคุยกัน กินกาแฟตามประสาคนรู้จัก แต่คราวนี้ ซิโก้ กับ บิ๊กอ๊อด กลับนั่งอยู่ร้านกาแฟคนละร้าน เป็นการตอกย้ำเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่าง ซิโก้ กับ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอล ได้เป็นอย่างดี
แถมบิ๊กอ๊อด ยังให้สัมภาษณ์หลังจากนักข่าวถามว่า หากซิโก้ไม่เซ็นเตรียมหาโค้ชหรือยัง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลสวนทันควัน “คนอย่างผมมีแผนสำรองไว้แล้ว ไม่เกิน 5 นาทีได้ดั่งใจ”
สิ่งที่ตอกย้ำความสัมพันธ์ของซิโก้ กับ บิ๊กอ๊อด ที่ปกติจะคุยกันแต่เมื่อวานนี้ ซิโก้พยายามหลบนักข่าว แต่พอสัมภาษณ์ ไมค์จ่อ ซิโก้ชี้แจงว่า ฝ่ายกฎหมายดูอยู่ ย้ำว่า “ทำไมต้องกำหนดเดดไลน์ ในเมื่อเอกสารไม่ลงตัว จะให้เซ็นอะไร”
ส่วน ปฏิกิริยา หมางเมินกันของ ซิโก้ และ บิ๊กอ๊อดเมื่อวานนี้ พลิกล็อคไม่เป็นไปตามที่หลายคนคาด หลังจากที่ซิโก้ เข้ามาคุย เซ็นสัญญากับสมาคมกีฬาฟุตบอลเมื่อช่วงก่อนบ่าย
ขณะที่ปมที่หลายคนสงสัยว่า เรื่องอะไรในสัญญาที่ทำให้ ซิโก้ กับ สมาคมกีฬาคุยกันไม่จบมานานกว่า 1 เดือน นั้นบอกได้ว่า เป็นเรื่องระยะเวลาการทำงานของซิโก้ ที่สมาคมอยากให้ทำงานเต็มเวลา เพราะในมุมของสมาคมเห็นว่า ทีมชาติไม่ได้แข่งตลอดทั้งปี แต่นี่เป็นประเด็นที่พูดให้ฟังได้แบบกว้างๆเท่านั้น เพราะเรื่องสัญญา เป็นความลับระหว่าง ซิโก้ กับ สมาคมไม่เหมาะที่จะเอามาเปิดเผย
ย้อนผลงานของ "ซิโก้"
ซิโก้ รับหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติเข้าปีที่ 5 ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผลงานที่ผ่านมา ซิโก้คือผู้ปลุกกระแสฟุตบอลไทยให้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2013 รับงานคุมทีมชาติไทยแบบเต็มตัวเพื่อเป้าหมายทวงแชมป์ซีเกมส์ที่เมียนมาร์ กลับมาให้ได้ ซึ่งซิโก้เตรียมทีมตั้งแต่ต้นปี จนสุดท้ายทีมไทยกลับมาคว้าแชมป์ซีเกมส์ครั้งแรกในรอบ 6 ปี โดยซีเกมส์ 2 ครั้งก่อนหน้าที่ซิโก้เข้ามาทำ ทีมไทยตกรอบทั้งหมด
ซึ่งนักเตะชุดซีเกมส์เป็นชุดอายุไม่เกิน 23 ปีที่ซิโก้เลือกและวางระบบเอง ต้องไปแข่งเอเชียนเกมส์ที่เกาหลีใต้ต่อ ซึ่งทีมไทยคว้าอันดับ 4 มาครอง ตามเป้าหมายที่สมาคมกีฬาฟุตบอลวางเอาไว้ พอจบเอเชียนเกมส์ ไทยต้องมาแข่งซูซูกิคัพต่อเลย ซึ่งซิโก้ใช้นักเตะที่ได้อันดับ 4 เอเชียนเกมส์ ผสมกับชุดใหญ่บางคน เพื่อยังคงระบบการเล่นแบบเดิมที่วางเอาไว้ สุดท้ายทีมชาติไทยคว้าแชมป์ซูซูกิคัพครั้งแรกในรอบ 12 ปี พร้อมกับกระแสฟีเวอร์ของฟุตบอลไทยที่กลับมา แล้วต้องมีขบวนแห่นักเตะในกรุงเทพ
ในปี 2015 ซิโก้ พาทีมเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย และปีต่อมากซิโก้ พาทีมไทยคว้าแชมป์คิงส์คัพ ก่อนที่จะพาทีมเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบ 2 ไทยคว้าเป็นแชมป์กลุ่ม เอฟ จึงฉลุยเข้ารอบคัดเลือกฟุตบอลโลกรอบ 12 ทีมสุดท้ายครั้งแรกในรอบ 14 ปี พร้อมได้สิทธิ์เล่นฟุตบอลเอเชียนคัพ รอบสุดท้ายอีก 2 ปีที่ยูเออี ก่อนจะปิดฉากปีที่แล้วกับผลงานทีมชาติ จากผลงานการคุมทีมของซิโก้ ทีมไทยคว้าแชมป์ซูซูกิคัพ สมัยที่ 2 ติดต่อกัน
ผลงานทั้งหมดในการคุมทีมชาติของซิโก้ ตลอด 4 ปี ถือเป็นความสำเร็จ เพราะได้สร้างระบบการเล่นที่หลายครั้งสื่อต่างชาติยกย่องให้เป็น บาร์ซาของอาเซียน จากการต่อบอลสวยงาม หลังจากต่อสัญญาแล้วภารกิจของ ซิโก้ คุมทีมชาติลงเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกอีก 5 เกมที่เหลือ โดยเริ่มจาก 2 เกมในเดือนมีนาคม ที่ไทยจะเปิดบ้านพบ ซาอุฯ กับ ไปเยือนญี่ปุ่น แล้วหลังจบบอลโลกมาดูว่า จะมีการกลับมาพูดเรื่องอนาคตของซิโก้ในการคุมทีมชาติอีกหรือไม่