นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรได้เสนอแผนเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ให้กับกระทรวงการคลังพิจารณา โดยจะตรวจเข้มสถานประกอบการร้านอาหารกลางคืน เช่น ผับ บาร์ ที่เป็นร้านนั่งดื่มมากขึ้น ผ่านการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจร้านค้ากลางคืน ทั้งร้านอาหาร ผับบาร์ ด้วยการเข้าไปสั่งอาหาร และขอใบกำกับภาษีจากร้านค้าต่าง ๆ หากไม่ถูกต้องก็จะเข้าทำการตรวจสอบการเสียภาษีทันที
ขณะเดียวกัน ยังนำมาใช้กับผู้ประกอบการที่ค้าขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ (อีคอมเมิร์ซ) โดยจะเข้าตรวจผู้ประกอบการหรือร้านค้าออนไลน์ที่มีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก เนื่องจากที่ผ่านมาธุรกิจอีคอมเมิร์สมีอัตราการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าในธุรกิจอีคอมเมิร์ซระดับหมื่นร้านค้า และยังรวมไปถึงผู้ที่ขายสินค้าผ่านไลฟ์โซเชี่ยล เช่น การขายเสื้อผ้าผ่านการถ่ายทอดสดในเฟสบุ้ค ถือว่าเป็นผู้มีรายได้ หากถึงเกณฑ์ที่กำหนดก็ต้องเสียภาษีทั้งหมด
สำหรับโปรแกรมจับตรวจธุรกิจอีคอมเมิร์ซนี้ ได้เริ่มใช้งานแล้ว โดยหลักการคือกรมจะต้องตรวจสอบว่าผู้ประกอบการหรือร้านค้ามีการเสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่ และจะเข้าสุ่มสั่งซื้อสินค้า เพื่อตรวจสอบว่ามีการออกใบกำกับภาษีหรือไม่ โดยการเสียภาษีของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หากเป็นประเภทบุคคลธรรมดาก็ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากรายได้ถึงเกณฑ์ตามที่กำหนด เช่นเดียวกับผู้ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลก็ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล รวมถึงต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ด้วย
ทั้งนี้คาดว่าจากการดำเนินการตรวจจับที่เข้มข้นมากขึ้นทั้งธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และธุรกิจร้านอาหารกลางคืน จะทำให้การจัดเก็บรายได้ของกรมเป็นไปตามเป้าหมายในงบประมาณปี 60 ที่ 1.86 ล้านล้านบาท หลังจากที่จัดเก็บในรอบ 5 เดือนแรกที่ผ่านมา ทำได้ต่ำกว่าเป้าหมายอยู่ประมาณ 6,000 ล้านบาท