สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กว่า 3.6 ล้านชิ้น ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ล็อตใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการตรวจจับมา กำลังถูกทำลายหลังคดีถึงที่สิ้นสุดแล้ว ทั้งหมดนี้คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 1,700 ล้านบาท ถือเป็นความพยายามมของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะมาตรการป้องกันและปราบปราม
ต้องจับตาดูว่า ในเดือนเมษายนนี้ สหรัฐอเมริกา จะมีการประกาศการจัดอันดับประเทศไทยดีขึ้นหรือไม่ หลังตลอด 9 ปีที่ผ่านมาสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ ยูเอสทีอาร์ จัดให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ หรือ PWL ในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา เนื่องจากมีความหละหลวมในการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ความลับทางการค้า และทรัพย์สินทางปัญญา
กรมทรัพย์สินทางปัญญา คาดว่าสหรัฐฯ จะมีการจัดอันดับประเทศไทยดีขึ้น หลังรัฐบาลเข้มงวดในการตรวจจับสินค้า โดยเฉพาะจากการนำเข้า นอกจากนี้ยังเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบช่องทางอื่นเพิ่มขึ้น หลังปัจจุบันผู้ค้ามีการเปลี่ยนช่องทางจำหน่ายเข้าสู่การขายผ่านออนไลน์มากขึ้น
เป็นไปในทิศทางเดียวกับสมาคมทรัพย์สินทางปัญญาแห่งประเทศไทย ที่มองว่า การทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ล็อตใหญ่ที่สุด จะส่งสัญญาณให้ต่างชาติมีความเชื่อมั่นมากขึ้น แต่การที่จะให้ประเทศคู่ค้าจัดอันดับไทยดีขึ้น ส่วนสำคัญยังขึ้นอยู่กับการทำงานของรัฐบาล จะต้องจริงจังและมีความต่อเนื่อง
แม้ว่าขณะนี้หน่วยงานภาครัฐ จะยืนยันว่า สถานการณ์การละเมิดลิขสิทธิ์ในพื้นที่ส่วนใหญ่จะมีสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับในอดีต แต่ความพยายามในการแก้ไขปัญหาทั้งหมด โดยเฉพาะการปรับปรุงกฎหมาย ทั้งกฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายศุลกากร รวมถึงการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แต่ไทยจะถูกปรับอันดับดีขึ้นหรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับทางสหรัฐฯ ซึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่รัฐบาลมองว่าดีที่สุด คือ ประชาชนจะต้องเลิกใช้สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เมื่อไม่มีคนใช้ ก็ไม่มีการผลิต และไม่มีการนำเข้า
เจริญศักดิ์ ศรีสุทธิพันธิพร ถ่ายภาพ
ขวัญ โม้ชา รายงาน