วันนี้ (6 เม.ย. 60) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ แถลงที่ทำเนียบขาว ประณามเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมีในจังหวัดอิดลิบ ทางตอนเหนือของซีเรีย โดยกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ดูหมิ่นมนุษยชาติ ทั้งการสังหารเด็กและทารกผู้บริสุทธิ์ ถือว่าเป็นการล้ำเส้นมากทีเดียว
ขณะที่ทัศนคติของเขาต่อซีเรียและนายบาชาร์ อัล อัสซาด ประธานาธิบดีของซีเรีย ก็เปลี่ยนไปอย่างมาก และรัฐบาลสหรัฐฯ อาจหามาตรการจัดการกับเรื่องนี้ในอนาคต อย่างไรก็ตามในการแถลงครั้งนี้ ทรัมป์ไม่ได้พูดถึงรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของซีเรียเลย
ส่วนบรรยากาศการการประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในนครนิวยอร์ก ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหารือปัญหานี้โดยเฉพาะ มีรายงานการโต้เถียงกันอย่างหนักระหว่างผู้แทนของสหรัฐฯ และรัสเซีย โดยนางนิกกี ฮาเลย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวว่ารัสเซียใช้เรื่องเท็จเดิมๆ มาปกป้องนายอัสซาด ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมจะดำเนินมาตรการตอบโต้เอง หากยูเอ็นไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้
สำหรับเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมีดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนรวมถึงเด็ก เสียชีวิตหลายสิบคน โดยส่วนใหญ่มีอาการหายใจไม่ออกและมีน้ำลายฟูมปาก ซึ่งสหรัฐฯ และบรรดาชาติตะวันตก มองว่ารัสเซียเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง แม้ว่ารัสเซียจะออกมาแย้งว่าสาเหตุที่แท้จริงเป็นเพราะเครื่องบินรบซีเรียโจมตีไปถูกคลังอาวุธของฝ่ายกบฏ ซึ่งคาดมีการเก็บอาวุธเคมีไว้ภายใน ทำให้แก๊สพิษรั่วไหลออกมา
สหรัฐฯ เตรียมพร้อมรับการเยือนของผู้นำจีน
ส่วนความคืบหน้าการพบกันครั้งสำคัญของ 2 ผู้นำชาติมหาอำนาจโลกอย่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน ที่รีสอร์ทมาร์-อา-ลาโก้ รัฐฟลอริดา ล่าสุดทางการท้องถิ่นยืนยันว่ากำลังเตรียมพร้อมรับการเยือนอย่างเต็มที่ ขณะที่ทางรีสอร์ท ซึ่งใช้เป็นสถานที่พบกัน ก็มีการเพิ่มงบประมาณในการดูแลความปลอดภัยเป็น 2 เท่า โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณสูงถึงวันละ 4-5 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมงบประมาณที่ใช้ในการกั้นรั้วและคุ้มกันพื้นที่
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ กล่าวว่า จะไม่ขัดขวางหากมีกลุ่มต่อต้านมารวมตัวชุมนุมในพื้นที่ ตราบใดที่ผู้ชุมนุมฟังคำเตือนของเจ้าหน้าที่ และไม่ใช้ความรุนแรง