นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.) ว่า ได้พิจารณาการตรวจสอบการดำเนินงานกรณีการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารกรุงเทพมหานคร ตามแผนการตรวจสอบสอบการดำเนินงานแบบต่อเนื่องหลายปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 59-61 ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยได้ตรวจสอบอาคาร 9 ประเภท ได้แก่ อาคารสูง อาคารใหญ่พิเศษ อาคารชุมนุมคน โรงมหรสพ โรงแรม อาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัยรวม อาคารโรงงาน ป้ายโฆษณา และสถานบริการ เพื่อพิจารณาว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมอาคาร มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน
ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบ พบว่า อาคารส่วนใหญ่ไม่ยื่นรายงานการตรวจสอบสภาพอาคารตามที่กฎหมายกำหนด โดยอาคารที่เข้าข่ายต้องยื่นรายงานการตรวจสอบสภาพอาคารต่อกรุงเทพมหานคร 3,372 แห่ง จากอาคารทั้งหมด 7,683 แห่ง พบว่าไม่ยื่นรายงานการตรวจสอบ 2,765 แห่ง คิดเป็น 82% และจากการติดตามผลการดำเนินงานของกรุงเทพมหานคร สำนักการโยธา มีหนังสือแจ้งเตือนไปถึงเจ้าของอาคารที่เข้าข่าย ให้ดำเนินการจัดส่งรายงานการตรวจสอบสภาพอาคารภายใน 60 วัน
อย่างไรก็ตาม พบว่าเจ้าของอาคารเพิกเฉยไม่ดำเนินการใด ๆ จำนวน 2,561 แห่ง คิดเป็น 90.99% ส่งผลกระทบให้เกิดความเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่อาศัย หรือใช้บริการอาคาร ซึ่งสาเหตุเกิดจากกรุงเทพมหานคร ไม่กำหนดมาตรการดำเนินการกับเจ้าของอาคารที่เพิกเฉยไม่ยื่นรายงานตรวจสอบตามมาตรา 32 ทวิ ที่ระบุให้เจ้าของอาคารต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบสภาพอาคาร และส่งรายงานตรวจสอบสภาพต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ขณะเดียวกัน ยังพบว่าระบบป้องกันอัคคีภัยในโรงภาพยนตร์ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร 330 โรง ในอาคาร 44 แห่ง ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ออกหนังสือด่วนแจ้งเจ้าของอาคารให้ดำเนินการแก้ไขภายใน 30 วัน นับจากวันแจ้ง ครบกำหนด 17 ก.ย.59 แต่ยังไม่ดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จ 89 โรง ขอขยายเวลาเพิ่มเติม ขณะที่โรงภาพยนตร์อีก 241 โรง ยังคงเพิกเฉยไม่ดำเนินการใด ๆ
นอกจากนี้ สตง.ได้ตรวจสอบการติดตั้งป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีอยู่เดิมและที่สร้างใหม่ จำนวนทั้งสิ้น 1,067 ป้าย พบว่ามีป้ายผิดกฎหมาย 242 ป้าย คิดเป็น 22.68% ของป้ายทั้งหมด โดยเป็นการก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 212 ป้าย และก่อสร้างผิดแบบ 30 ป้าย ซึ่งสำนักงานเขตลาดกระบัง มีป้ายผิดกฎหมายมากที่สุด 35 ป้าย ได้มีคำสั่งให้รื้อถอน 31 ป้าย ปัจจุบันยังคงฝ่าฝืนใช้ประโยชน์เพื่อการโฆษณา 25 ป้าย คิดเป็น 80.65% ของป้ายที่มีคำสั่งให้รื้อถอน
นายชัยสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมคตง. เห็นชอบกำหนดมาตรการและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับเจ้าของอาคารที่เพิกเฉยไม่ยื่นรายงานตรวจสอบสภาพอาคารเพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่อาศัยหรือใช้บริการ และสำรวจอาคารที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และตรวจสอบการยื่นรายงานตรวจสอบสภาพอาคาร หากพบการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายให้ดำเนินการตามมาตรการที่กำหนด
พร้อมทั้งกำหนดมาตราการและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับเจ้าของอาคารที่ประกอบการโรงภาพยนตร์ที่เพิกเฉยไม่ดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามกฎหมาย และศึกษาปัญหาอุปสรรค และแนวทางการแก้ไขกรณีป้ายโฆษณาที่ผิดกฎหมายไม่มีการรื้อถอนตามคำสั่ง และยังมีการใช้ประโยชน์ โดยหารือกับกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อกำหนดมาตรการและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป