นี่เป็นข้อความ ที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทวีศักดิ์ แตะกระโทก วิศวกรโยธาศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน หรือ ศวปถ. เขียนลงเฟซบุ๊ก ส่วนตัว โดยอ้างอิงจากข่าวที่พีพีทีวีได้นำเสนอถึงการวิเคราะห์ในเรื่องกฎหมายและการต่อสู้คดีนี้ก่อนหน้านี้ โดยมีใจความสำคัญว่า วิธีการตัดสินของศาล กับการวิเคราะห์อุบัติเหตุ อาจไม่เหมือนกัน ทำให้ที่ผ่านมามีหลายคนต้องติดคุกเพราะข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นจำนวนมากด้วยความคิดว่า “ถ้าขับไม่เร็วก็ควรจะหยุดทันแล้วไม่ชน”
เมื่อการวิเคราะห์ภาพกล้องวงจรปิดกรณีนี้ ความเร็ว ไม่เกี่ยวกับ การชน เพราะจะเห็นว่า รถจักรยานยนต์จอดนิ่งแล้วขยับก่อน ถูกชนประมาณ 2 วินาที โดยได้นำมาวิเคราะห์ตามทฤษฎีของระยะเวลาในการตัดสินใจ หรือ PIEV ซึ่งตามหลัก คนจะมีระยะเวลาการตัดสินใจอยู่ที่ประมาณ 1.5 ถึง 2.5 วินาที แต่เวลาการตัดสินใจจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาเพิ่ม เช่น รถที่อยู่ข้างหน้าขยับหรือไม่ ขยับไปทางไหน เวลาจึงนานกว่า 2 วินาที เมื่อการตัดหน้าอยู่ในช่วง 2 วินาที ซึ่งคาดว่าดีเจเชาเชาเป็นช่วงที่ยกขาออกจากคันเร่งมาวางที่เบรก ส่งผลให้รอยเบรกจะเกิดขึ้นหลังการชน กรณีแบบนี้ จึงวิเคราะห์ได้ว่าน่าจะเป็นการ “ตัดหน้า”
ส่วนเรื่องความเร็วของรถ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทวีศักดิ์ บอกว่า เป็นเพียงตัวชี้วัดว่าเมื่อชนแล้วจะเสียชีวิตหรือไม่ แต่ไม่ใช่ตัวชี้วัดว่า “จะชน” หรือ “ไม่ชน”