หลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนซาอุดีอาระเบีย ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ พร้อมด้วยนางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลข 1 ได้เดินทางเยือนประเทศอิสราเอล และดินแดนปาเลสไตน์เป็นจุดหมายที่สอง
โดยหลังจากก้าวเท้าลงจากแอร์ฟอร์ซวันที่สนามบินในกรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงอิสราเอล ผู้นำสหรัฐฯ ก็ได้กล่าวสั้น ๆ ว่า “เบื้องหน้าของเรายังมีโอกาสแม้จะเพียงน้อยนิดที่จะนำเสถียรภาพ ความมั่นคง และสันติภาพ มาสู่ดินแดนนี้ ซึ่งหากจะไปให้ถึงเป้าหมายทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันเท่านั้น ไม่มีทางอื่น”
ทั้งนี้ ระหว่างการต้อนรับ เกิดเหตุผิดคิวขึ้นเล็กน้อย เมื่อนายโอเรน ฮาซาน ส.ส. จากพรรครัฐบาลของ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้พยายามเข้ามาขอถ่ายรูปเซลฟี่กับ ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ ก็ได้แสดงสีหน้าหน่ายๆ ขณะที่นายเนทันยาฮู เองก็พยายามห้ามโดยปัดแขนของนายฮาซาน แต่ก็ไม่สำเร็จ จากนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้เดินทางเข้าพบประธานาธิบดี ริวเวน ริฟลิน ที่นครเยรูซาเล็ม โดยทรัมป์ได้ย้ำถึงโอกาสและความท้าทายในการสร้างสันติภาพ ซึ่งขณะนี้ ทั่วตะวันออกลางมีบรรยากาศที่ดีมากสำหรับสันติภาพ การมาเยือนอิสราเอลครั้งนี้ก็มีความพิเศษอย่างยิ่ง และน่าจะเป็นการหารือที่น่าสนใจ
นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังถือโอกาสส่งคำเตือนไปยังอิหร่านด้วยว่าให้หยุดให้การสนับสนุนด้านการเงินและทางทหารแก่กลุ่มกบฏและกลุ่มก่อการร้าย รวมถึงระบุว่า อิหร่านไม่ควรได้รับอนุญาตให้มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ มีกำหนดพบนายมามูด อับบาส ผู้นำปาเลสไตน์ ที่เมืองเบธเลเฮม ในวันพรุ่งนี้