แน่นอนว่าเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในวันครบรอบ 3 ปี การทำรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ เพราะแม้แต่พื้นที่ที่คิดว่า “ปลอดภัย” ที่สุด ก็ดูเหมือนจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป นี่อาจทำให้เกิดภาวะแห่งความหวาดกลัวขึ้นง่ายๆ ถ้ารัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงบริหารจัดการการตอบโต้การข่าวไม่ดีพอ ... เราจึงเห็นท่าทีของทั้งรัฐบาล กองทัพและตำรวจ แสดงออกอย่างแข็งกร้าวอย่างทันท่วงที หลังมีความชัดเจนว่าเป็นเหตุ “ลอบวางระเบิด”
งั้นเรามาดูลักษณะของระเบิด ...
ทุกหน่วยงานให้ข้อมูลตรงกันหมดว่าเป็น “ระเบิดแรงดันต่ำ” หมายถึง ใส่ดินดำเข้าไปไม่มาก รัศมีทำการ 2-3 เมตร
สะเก็ดระเบิดที่ใช้ คือ “ตะปู” จากภาพน่าจะเป็นตะปูขนาด 3 นิ้ว ส่วนใหญ่ตรงยาว หักหัวตะปูออกให้แหลมทั้ง 2 ฝั่ง ... จำขอมูลนี้ไว้ดีๆนะครับ
ตะปู ใส่ไว่ในท่อ PVC อัดด้วยดินดำ (ไม่มาก) อันนี้เป็นรูปแบบของ ไปป์บอมบ์ หรือ ระเบิดแสวงเครื่อง
ท่อ PVC ใส่ไว้ใน “แจกัน” อีกที และแขวนไว้ข้างกระจก ... จุดชนวนด้วยการ “ตั้งเวลา” ซึ่งหมายความว่า “มือระเบิด” ไม่ได้เลือกเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง เพราะการตั้งเวลา มือระเบิดจะไม่สามารถกำหนดได้ว่า เมื่อถึงเวลาที่ตั้งไว้ จะมีใครอยู่ในบริเวณนั้นบ้าง
คำถามคือ รูปแบบการประกอบระเบิด ... มีเป้าหมายอย่างไร
ผู้บัญชาการทหารบก แถลงเมื่อเย็นวานนี้ บอกว่า ผู้ก่อเหตุใช้ตะปูเป็นสะเก็ดระเบิด มีเป้าหมายเอาชีวิตประชาชน
แต่หน่วยงานอื่นๆ บอกเป็นระเบิดแรงดันต่ำ และตามข้อเท็จจริง คือ ไม่มีผู้เสียชีวิต จาก 21 คน ที่เจ้ากรมแพทย์ทหารบกให้ข่าว มีเพียง 8 คน ที่ต้องรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล และมี 1 คน ที่ถูกสะเก็ดระเบิดฝัง ต้องผ่าตัด (ไม่แน่ชัดว่าจากตะปู หรือ แจกัน)
ผมพยายามสอบถามจากหลายทาง ทั้งผู้เชี่ยวชาญเรื่องระเบิด และผู้เชี่ยวชาญทางนิติวิทยาศาสตร์ มีข้อมูลที่ตรงกันอยู่ชุดหนึ่ง คือ “การใช้ตะปูเป็นสะเก็ดระเบิด”
ข้อมูลที่ได้มา คือ
หนึ่ง ... ตะปู เป็นสะเก็ดระเบิดที่มีอาณุภาพทำลายสูง แต่ไม่ใช่กับระเบิดแรงดันต่ำ เพราะเมื่อแรงดันต่ำ การกระจายออกไป ไม่เป็นผล โดยเฉพาะกับตะปูลักษณะตรง
สอง ... ระเบิด อยู่ในแจกัน ยิ่งแจกันเป็น “ปูน” หรือ “หิน” หรือ “เซรามิค” ถือเป็นวัสดุที่ช่วยลดอาณุภาพทำลายล้างของสะเก็ดระเบิด แม้ตัวแจกันจะกลายเป็นสะเก็ดระเบิดซะเองก็ตาม แต่ “ตะปู” จะถูกลดทอนศักยภาพลงมาก อย่างการระเบิดตึกหรือเสาก็จะใช้ “ปูน” เป็นตัวเซฟผลกระทบจากแรงระเบิด
เมื่อได้ข้อมูลเช่นนี้ สันนิษฐานได้ 2 ทาง
- มือระเบิด ประสงค์ชีวิต แต่ไม่เก่งเท่าไหร่ เพราะใช้สะเก็ดไม่เหมาะกับขนาดระเบิดและใส่แจกันกลายเป็นการลดอาณุภาพตะปู
- มือระเบิด เป็นมืออาชีพ เก่ง และรู้วิธีการเลือกสะเก็ดระเบิดพร้อมใช้อุปกรณ์ที่มีความสามารถลดแรงระเบิด อาจหมายถึง ก่อเหตุเพื่อมีเป้าหมายอื่น
แต่ไม่ว่ามือระเบิด จะเก่งหรือไม่เก่ง ... นี่ก็เป็นการก่อเหตุที่ไร้มนุษยธรรมอย่างที่สุด เพราะก่อเหตุในโรงพยาบาล แม้แต่ในภาวะสงครามก็ยังยกเว้นพื้นที่โรงพยาบาลไว้ ผมจึงขอร่วมประณามผู้ก่อเหตุครั้งนี้อย่างรุนแรง
อ้อ ... ภาพจาก "กล้องวงจรปิด" ที่มีนับ 10 ตัว ในบริเวณที่เกิดเหตุ คงจะเฉลยคำตอบได้ครับ แม้ว่ากล้องบางตัวจะใช้ไม่ได้ แต่จากภาพที่หลุดออกมาในห้อง ก็มั่นใจได้ว่า กล้องที่จับภาพแจกันไว้ น่าจะใช้ได้