วันนี้ (7 มิ.ย.60) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นัดแถลงข่าวกับสื่อมวลชนประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเนื้อหาหลักคือการชี้แจงกรณีที่โลกออนไลน์วิจารณ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพเสมือนเชื่อคำให้การ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น
ขณะที่ย้อนกลับไปวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังจาก น.ส.เปรี้ยวและผู้ต้องหารวม 3 คน ถูกนำตัวจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย มาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ใช้เวลาสอบปากคำผู้ต้องหาประมาณ 30 นาที จากนั้นจัดแถลงข่าวยืนยันว่าเหตุการณ์ไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด และนั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นของการถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเข้าข้างผู้ต้องหา
กระแสเรื่องฆ่าหั่นศพยังไม่จบอยู่เพียงเท่านั้น แม้ตอนนี้จะจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดแล้ว แต่กระแสข่าวที่ดังอย่างต่อเนื่องทำให้วันนี้นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนจำนวนหนึ่งรวมตัวกันวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้น หลายคนให้ความเห็นตรงกันว่าปรากฏการณ์ข่าวฆ่าหั่นศพ มีปัจจัยมาจากทั้งสื่อหลัก สื่อออนไลน์ และค่านิยมในสังคม ที่ไม่ได้มองผลกระทบที่ตามมา แนวทางที่จะสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ดีที่สุด คือ การที่สังคมจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้บริโภคข่าวสารให้มากขึ้น ขณะที่สื่อกระแสหลักจะต้องไม่นำเสนอประเด็นตามสื่อในโซเชียลมีเดียมากเกินไป
ขณะที่นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วันนี้เข้าแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. หลังถูกสื่อออนไลน์4-5เว็บไซต์นำรูปไปประกอบข่าวซึ่งมีเนื้อหาลักษณะกำกวมว่า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ความเห็นว่าสังคมไทยควรให้โอกาสนางสาวปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ จนทำให้เข้าได้ไว้ว่า นางอังคณาเป็นคนให้ข้อมูล ทั้งที่เธอยืนยันว่าไม่เคยให้ข่าวเรื่องนี้กับสื่อใด
การเข้าแจ้งความครั้งนี้ นางอังคณา ระบุว่า เป็นเพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับเธอหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ถือว่าข้อมูลถูกแชร์ไปจำนวนมาก นอกจากข่าวเป็นเท็จ การแสดงความเห็นของประชาชนที่อ่านข่าวดังกล่าวยังมีลักษณะรุนแรง และใช้ภาษาที่แสดงถึงความเกลียดชัง