ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ภาค 7 จังหวัดขอนแก่น ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ภาค 5 จังหวัดอุบลราชธานี และ ผู้อำนวยการสำนักตรวจเงินแผ่นดิน จังหวัดมหาสารคาม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบประปาหมู่บ้านแบบบาดาลขนาดใหญ่มาก ของเทศบาลตำบลเชียงยืน อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม หลังได้รับเรื่องเรียนเผยแพร่ผ่านทางสื่อมวลชน ว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบข้อกำหนดของสัญญา นอกจากนี้ยังมีปัญหาว่า สร้างเสร็จล่าช้ากว่าข้อกำหนดในสัญญาไป 200 กว่าวัน เมื่อสร้างเสร็จก็ ไม่มีการเปิดใช้งาน และยังมีลักษณะเอียง
ทั้งนี้ เบื้องต้น เทศบาลตำบลเชียงยืน ได้รับจัดสรรเงินงบประมาณ พ.ศ.2559 วงเงิน 3 ล้าน 5 แสนบาท เพื่อก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้านแบบบาดาลขนาดใหญ่มาก จึงได้ดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างโดยวิธีการประกวดราคาจ้างด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์(e-Auction)ได้ผู้รับจ้างคือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปริญญากรณ์ ตามสัญญาจ้างเลขที่ 7/2559 ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2558 จำนวนเงิน 3 ล้าน 4 หมื่นกว่าบาท
สิ่งที่น่าสนใจคือมีการตรวจรับงานงวดสุดท้ายไปเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 แต่มีกรรมการที่ลงลายมือชื่อตรวจรับงานแค่ 3 คน คือ ปลัดเทศบาล และผู้แทนชุมชนอีก 2 คน และมีผู้ไม่ลงลายมือชื่อตรวจรับงาน 2 คนคือ รองปลัดเทศบาล และผู้อำนวยการกองช่าง โดยอ้างว่าผู้รับจ้างไม่ได้แก้ไขงานก่อสร้างให้ถูกต้องตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดของสัญญา
นางทัศศินา ประไพพันธ์ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ภาค 7 เปิดเผยว่า การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า จุดศูนย์กลางของถังน้ำกับศูนย์กลางของฐานหอถังมีความเอียงจริง โดยเอียงมาทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 16.32 เซนติเมตร เกินมาตรฐานงานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็กที่กำหนดไว้ ขณะที่ตำแหน่งของเหล็กในโครงสร้างคอนกรีตอาจจะผิดรูปแบบ ต้องให้หน่วยงานที่เชี่ยวชาญโดยตรงมาตรวจสอบว่าจะมีผลต่อความมั่นคงแข็งแรงและทำให้จุดศูนย์ถ่วงเสียไปหรือไม่ และมีโอกาสจะล้มหรือไม่ หากดูแล้วไม่เสียจุดศูนย์ถ่วง ก็จะตรวจสอบประเด็นการก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบที่กำหนดไว้ต่อไป
ทั้งนี้มีความกังวลว่า บริเวณก่อสร้างระบบประปาดังกล่าว อยู่ใกล้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หวั่นไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินโดยรอบ จึงให้ดำเนินการตรวจสอบให้เร็วที่สุด