ไม่แปลกที่ ผอ.โรงเรียนดัง ที่อยู่ในคลิปที่ระบุว่ามีการรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ 4 แสนบาท ที่โด่งดังอยู่ในเวลานี้ จะแถลงข่าวบอกว่า มันคือแป๊ะเจี๊ยะจริง แต่มันถูกกฎหมาย โดยกฎเกณฑ์นี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการนั่นแหละ ออกมาเอง ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์
แล้วทุกวันนี้ โรงเรียนรัฐบาลชื่อดัง เขาสอบเข้ากันอย่างไร เขารับกันอย่างไร แล้วไอ้แป๊ะเจี๊ยะถูกกฎหมายนั้น เป็นอย่างไร ช่องว่าง หรือช่องโหว่ไหน ที่ผู้ปกครองจะฝากลูกเข้าไปโรงเรียนดังๆ นั้นได้
-สอบก่อน “ห้องเรียนพิเศษ” ค่าเทอมสูง-
เนื่องจากผู้เขียนมีประสบการณ์ ลูกชาย สอบเข้า ม.1 ปีนี้พอดี สอบติด แต่จะได้ยินเรื่องแป๊ะเจี๊ยะถูกกฎหมายมาบ้าง จึงจะขอเล่าให้ฟัง โดยจะเริ่มจากการอธิบายถึงระบบการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนชื่อดัง ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการสอบจะแบ่งเป็น 2 ช่วง
ช่วงแรกเรียกว่า “ห้องเรียนพิเศษ” ซึ่งจะเปิดรับสมัครในช่วงต้นเดือนมีนาคม
ห้องเรียนพิเศษ จะรับเด็กนักเรียน 2 ประเภทใหญ่ ๆ แตกต่างกันในชื่อเรียกในแต่ละโรงเรียน
1. ห้องเรียนวิทย์-คณิต ห้องนี้มักมีชื่อเรียกว่าห้องกิฟท์ (Gifted) หรือห้อง GATE เน้นการเรียนการสอนในวิชา วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์เป็นพิเศษ ตัวอย่างคือ ถ้านักเรียนทั่วไปเรียนวิทย์ 1 วิชา เรียนคณิต 1 วิชา หลักสูตรนี้จะเรียนเป็น 2 เท่า
ห้องนี้จะมีค่าเทอมประมาณ 10,000 กว่าบาทต่อเทอม
2.ประเภทห้องเรียนพิเศษ EP หรือ English Program ห้องเรียนนี้ ถ้ามีวิชาทั้งหมด 12 วิชา นักเรียนจะได้เรียนวิชาต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษประมาณ 10 วิชา แล้วในหลายๆ โรงเรียนยังมีหลักสูตรแตกย่อยลงไปอีกเช่น MEP หรือ Mini English program หรือหลักสูตร วิทย์-คณิต-ภาษาอังกฤษ
ค่าเทอมของห้องเรียน EP นี้จะตกอยู่ที่ 35,000 บาทต่อเทอม บางโรงเรียนมีค่าแรกเข้าครั้งแรก 100,000 บาทด้วย ได้แก่ สวนกุหลาบวิทยาลัย และสามเสนวิทยาลัย
นักเรียนที่สอบติดรอบแรก ถือว่าจะได้เข้าเรียนโรงเรียนนั้น ๆ แต่ก็มีโอกาสที่จะไปสอบเข้าในช่วงที่ 2 ด้วยเช่นกัน
-สอบรอบทั่วไป มี 10% “แป๊ะเจี๊ยะ” ถูก กม.-
ในช่วงที่ 2 จะเป็นการสอบที่เรียกว่าการสอบรอบทั่วไป หรือในยุคของคนเป็นพ่อแม่ในเวลานี้เคยประสบมา คือการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐตามปกติ รอบนี้จะมีการเปิดรับสมัครช่วงปลายเดือนมีนาคม ช้ากว่ารอบพิเศษเกือบเดือน
เรียกว่าคนที่พลาดจากการสอบรอบพิเศษ หรือ เด็กที่สอบรอบพิเศษติดแล้วในโรงเรียนเป้าหมายอันดับ 2 มักจะไปสอบรอบทั่วไป ในโรงเรียนเป้าหมายอันดับ 1
แป๊ะเจี๊ยะถูกกฎหมายจะอยู่ในการสอบรอบทั่วไปนี้เอง เพราะแต่ละโรงเรียนจะมีสูตรการรับเด็กที่กำหนดมาจากกระทรวงศึกษาธิการ แบ่งเป็น 4 ประเภท สมมติว่ารับทั้งหมด 250 คน จะแบ่งเป็น
1.เด็กความสามารถพิเศษ ประมาณ 20 คน เด็กกลุ่มนี้คือเด็กที่เก่งกีฬา ดนตรี หรือความสามารถพิเศษอื่นๆ
2.สอบคัดเลือกทั่วไป ประมาณ 120 คน
3. สอบพื้นที่บริการ หรือพื้นที่ใกล้บ้าน 80 คน
4. สอบและมีเงื่อนไขพิเศษ 30 คน
การสอบและมีเงื่อนไขพิเศษนี้เอง ที่กำลังถูกพูดถึงกันอยู่ เป็นแป๊ะเจี๊ยะบนดินที่อยู่ใน “ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่องนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนปีการศึกษา 2560 ข้อ 3.3 วรรค 4 หน้า 18-19
เป็นแป๊ะเจี๊ยะที่ถูกกฎหมาย
-7 เงื่อนไข “แป๊ะเจี๊ยะ” ถูกกฎหมาย-
การรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ มี 7 ข้อ ได้แก่
1.นักเรียนที่ได้คะแนนสอบเท่ากันในลำดับสุดท้าย
2.นักเรียนที่มีข้อตกลงในการจัดตั้งโรงเรียน
3.นักเรียนที่เป็นผู้ยากไร้และด้อยโอกาส
4.นักเรียนที่เป็นบุตรผู้เสียสละเพื่อชาติหรือผู้ประสบภัยพิบัติที่ต้องได้รับการสงเคราะห์ดูแลเป็นพิเศษ
5.นักเรียนโควตาตามข้อตกลงของโรงเรียนคู่สหกิจหรือโรงเรียนคู่พัฒนา หรือโรงเรียนเครือข่าย
6.นักเรียนที่เป็นบุตรข้าราชการครูและบุคลากรของโรงเรียน
7.นักเรียนที่อยู่ในอุปการะของผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง
-5 แสนบาท “แป๊ะเจี๊ยะ” มีไหม?-
การบริจาค หรือทำประโยชน์ให้โรงเรียน จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่จำนวนเงินจะเท่าไร และการรับในส่วนนี้จะพิจารณาจากกฎเกณฑ์ใดกันแน่ รวมทั้งเงินส่วนนี้ต้องมีใบเสร็จหรือไม่
เท่าที่รู้มา คือโรงเรียนจะเลือกจากคนที่ตั้งใจเข้าโรงเรียนนั้นๆ จริงๆ เป็นอันดับแรก เช่น สอบพรีเทสต์มาก่อนแล้ว มาสอบรอบพิเศษต่อแต่ไม่ติด แล้วมาสอบรอบธรรมดา ไม่คิดไปโรงเรียนอื่นๆ เด็กคนนี้ก็มีโอกาสที่จะไป “ขอ” ให้ผอ.เลือกเข้าเป็นนักเรียน โดยเงินบริจาคจะเท่าไร ส่วนใหญ่ก็จะให้บริจาคตามกำลัง
แต่ที่กำหนดราคาไว้ มีหรือไม่
ก็ต้องตอบว่า “มี” จริงๆ
โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง มีข้อกำหนดว่าคนที่เข้าเงื่อนไขนี้จะต้องจ่ายครึ่งล้าน หรือ 500,000 บาท แต่ลูกคุณจะต้องเรียนห้องทั่วไป ไม่สามารถเลือกเรียนห้องพิเศษประเภทใดได้
โหด! แต่จริง
ถ้าจะถามเอาลึกๆว่า เดี๋ยวนี้เขาจ่ายกันในระดับ 4 แสนบาทแล้วเหรอ ก็ต้องบอกใหม่ว่า 5 แสนบาทก็มี
-ช่องโหว่ สอดเด็ก “แป๊ะเจี๊ยะ”-
คำถามคือ แล้วช่องที่จะให้เข้ามันมีแค่ 30 คนส่วนนี้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่าในแต่ละโรงเรียนจะมีเด็กที่เลือกไปเรียนโรงเรียนเป้าหมายอันดับ 1 ที่เขาอาจสอบเข้าได้ในรอบทั่วไป ดังนั้นจะมีเด็กจำนวนหนึ่งที่สอบรอบพิเศษแล้ว “สละสิทธิ์” ส่วนใหญ่แล้วก็ประมาณ 5-10 คนต่อห้อง
ช่องว่างในส่วนนี้เอง ที่พ่อแม่เด็กแต่ละคน จะเข้าไป “ขอ” ผอ. เพื่อสอดลูกของตัวเองเข้าไป
....
โดย ณฐา พงษ์ศาศวัต