ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บัตรเอทีเอ็มจำนวนมาก มีทั้งธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ,ธนาคารกรุงเทพ รวมแล้ว 126 ใบ และสมุดบัญชีเงินฝากของธนาคารอีก 9 เล่ม แต่ละบัญชีมีเงินหมุนเวียนวันละนับล้านบาท เมื่อเปิดภายในกระเป๋า ก็พบเงินสดเป็นมัดๆบรรจุในถุงประมาณ กว่า 3 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว จึงตรวจยึดไว้เพื่อรอตรวจสอบ
จากการสอบสวนนายแก้ว เฮง หนุ่มชาวกัมพูชาเจ้าของกระเป๋าและบัตรเอทีเอ็มทั้งหมด อ้างว่า มีอาชีพรับแลกเปลี่ยนเงินตราในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา และรับจ้างกดเงินให้กับชาวกัมพูชาที่ทำงานในประเทศไทย แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากมีเงินสดจำนวนมาก ซึ่งชาวต่างชาติไม่สามารถถือเงินสดไทยออกนอกประเทศได้เกินกว่าครั้งละ 5 แสนบาท และมีบัตรเอทีเอ็มซึ่งเป็นชื่อของบุคคลอื่นอีกกว่า120 ใบ
ทางเจ้าหน้าที่ประสานไปยังตำรวจท้องที่สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ให้ช่วยตรวจสอบคดีลักทรัพย์และรับของโจร ที่เกิดขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแก๊งลักรถจักรยานยนต์ชาวกัมพูชา กลับพบว่ามีชื่อนายแก้ว เฮง เป็นผู้โอนเงินเข้าบัญชีผู้ต้องหาในแก๊งนี้ ครั้งละ 1-3 ล้านบาท
พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รองผู้กำกับสืบสวนสอบสภ.คลองลึก เปิดเผยว่า นายเฮง มีความเชื่อมโยง แก๊งค้ารถจักรยายนต์ แต่เบื้องต้นยังไม่มีหลักฐานจึงไม่สามารถควบคุมตัวนายแก้ว เฮง ไว้ได้จึงได้ทำบัณทึกซักประวัติไว้ก่อนปล่อยตัว พร้อมประสานไปยัง ปปง.ให้ช่วยตรวจสอบเส้นทางการเงิน หวั่นจะเป็นการฟอกเงินของแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติ