เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นที่ร้านนวดแผนไทยร้านหนึ่ง บนถนนช้างม่อยเก่า อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีคนร้ายเป็นชาย เดินเท้าเปล่ามาที่หน้าร้าน ก่อนจะเลือกดูรองเท้าของลูกค้าที่ถูกถอดทิ้งไว้ ก่อนจะเลือกสวมรองเท้าแตะยี่ห้อคล้าย ราคาคู่ละประมาณ 3,000 บาท ของลูกค้าชาวต่างชาติรายหนึ่ง แล้วเดินหนีไป หลังเกิดเหตุชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ได้ตรวจสอบรูปพรรณคนร้ายจากกล้องวงจรปิด ก่อนจะสามารถจับกุมตัว นายใจกล้า เกี๋ยงเก้า พื้นเพเดิมเป็นคนจังหวัดน่าน แต่ตอนนี้เป็นคนไร้บ้านที่อาศัยอยู่บริเวณลานเอนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ โดยนายใจกล้ารับสารภาพ พร้อมทั้งบอกด้วยว่าเคยก่อเหตุขโมยของทั้งโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์ของนักท่องเที่ยวมาแล้วหลายครั้ง และเคยขโมยรองเท้าผ้าใบจากร้านนวดแห่งนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเอาไปขายต่อที่ร้านรองเท้ามือสอง ส่วนรองเท้าแตะที่ขโมยมารอบนี้ตั้งใจเอามาใช้เอง
อีกกรณีเกิดขึ้นบนวัดพระธาตุดอยสุเทพ มีคนร้ายเข้าไปขโมยรองเท้าผ้าใบของนักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาสักการะพระธาตุ เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวคนร้ายได้จากกล้องวงจรปิด ทราบชื่อคือ นายสถาพร ชะงายกลาง ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด โดยนายสถาพรสารภาพว่าได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจากกรุงเทพ ตั้งใจมาหางานทำที่เชียงใหม่ เมื่อมาถึงเชียงใหม่ รองเท้าแตะที่สวมมาถูกน้ำฝนจนพังเสียหาย เมื่อขึ้นมาไหว้พระขอพรที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ เห็นมีรองเท้าผ้าใบสวย ๆ วางอยู่บนชั้น จึงอยากได้เพื่อใส่ไปสมัครงาน ไม่คิดว่าจะถูกจับกุมเช่นนี้