วันนี้ (4 ก.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสุรณี กัลยารัตนกุล อดีตครู นำเอกสารมาเป็นหลักฐานร้องเรียนผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ว่านำเงินรายได้ของโรงเรียนไปใช้ส่วนตัวโดยไม่ผ่านระบบ ทั้งเงินรายรับรายปี ซึ่งเป็นเงินค่าเทอมเด็กนักเรียนในชั้นเตรียมอนุบาล หรือเนิร์สเซอรี่ เงินรายรับที่ได้เป็นรายวัน คือ รายได้จากค่าเช่าพื้นที่จำหน่ายอาหารในโรงอาหาร โดยเงินต่างๆ ที่หมุนเวียนผ่านมือ ผอ.คนดังกล่าวมีมากกว่า 42 ล้านบาท และยังทิ้งหนี้สินไว้ให้ นางสุรณีรับผิดชอบแทน จากการไปกู้ยืมเงินให้ ผอ.คนนี้ อีกกว่า 10 ล้านบาท
การตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า ผอ.คนดังกล่าว เคยถูกเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ ยึดทรัพย์สินตั้งแต่ปี 2550 โดยมีบริษัทแห่งหนึ่งเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง และทยอยติดตามยึดทรัพย์นำมาขายทอดตลาด จนถึงปี 2559 ทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้ เจ้าหนี้จึงได้ยื่นฟ้องล้มละลายอีกครั้ง ทำให้ ผอ.ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ ได้อีก จึงให้บุคคลใกล้ชิดดำเนินการแทน ซึ่งรวมถึงการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินหลายแห่งโดยใช้อสังหาริมทรัพย์ของคนรู้จักและใกล้ชิดไปจำนองและนำเอามาสร้างบ้านหลังใหญ่ บ้านพร้อมรีสอร์ทและโรงแรม
นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่าที่ผ่านมา มีผู้ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง เรื่องความร่ำรวยผิดปกติ แต่เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ปี 2559 นิติกรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปางเขต 1 ดำเนินการตรวจสอบ แต่ผลการสอบสวนพบว่าหลักฐานไม่พอ จึงไม่สามารถเอาผิดได้
ล่าสุดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 ซึ่งตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงขึ้นมา 3 คน เพื่อเร่งสืบข้อเท็จจริงโดยไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟัง ขณะนี้ได้เร่งสืบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง โดยเร่งรัดกำชับให้ดำเนินการให้ครบถ้วนสมบูรณ์ และสรุปรายงานโดยเร็ว แต่ด้วยการที่มีผู้เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก อาจจะต้องใช้เวลาในการสืบข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ได้กำชับว่าขอให้สรุปผลการสืบข้อเท็จจริงให้เสร็จไม่เกินกลางเดือนกรกฎาคม นี้ ก่อน ผอ.คนดังกล่าวจะเกษียณอายุ