จุดหมายของการลงพื้นที่วัดพิชยญาติการามวรวิหาร ของเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. วันนี้ ( 4ก.ค.60) พ.ต.อ.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้กำกับกองกำกับการ1 บอกว่า เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าวัดเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินทอนหรือไม่ เบื้องต้น ยังไม่พบความผิดปกติในส่วนงบบูรณปฏิสังขรณ์ แต่มีงบสนับสนุนโอนเข้าบัญชีวัด ก่อนปี 2555 จำนวน 2 บัญชี เป็นเงินมากกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลไปตรวจสอบเส้นทางการโอนเงิน จากการตรวจสอบ เลขาธิการวัด ชี้แจงว่า ได้เขียนโครงการของบสนับสนุนส่งไปยังสำนักพุทธ แต่ไม่ได้เก็บไว้กับวัด จึงไม่มีเอกสารส่วนนี้มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ ปปป.
นอกจากนี้ยังพบข้อมูลอีกว่า วัดแห่งนี้ ได้รับงบสนับสนุน 2 ด้าน คือ ด้านบูรณปฏิสังขรณ์ และด้านเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องจากเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ เป็นเจ้าคณะใหญ่หนกลาง จึงมีการโอนงบด้านเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังสำนักงานต่างๆที่อยู่ในการดูแล ซึ่งเจ้าหน้าที่ ปปป.จะต้องตรวจสอบเส้นทางการโอนเงินด้านนี้ด้วย
เมื่อคืนที่ผ่านมา มีรายงานข่าว จากแหล่งข่าวที่อ้างว่า ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบวัดพิชยญาติการามวรวิหารวันนี้ มีสายตรงจากนายตำรวจยศพลตำรวจตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอให้ ปปป.ยุติการลงตรวจวัดแห่งนี้ พร้อมอ้างเหตุผลว่า เจ้าอาวาสอาพาธต้องไปฟอกไต แต่ ปปป.ก็ยืนยันจะตรวจวัดแห่งนี้อย่างเข้มงวด ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากทางวัดอย่างดี แต่ไม่พบว่ามีเจ้าอาวาสอยู่ในวัด เพราะต้องไปฟอกไตที่โรงพยาบาล
ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ปปป.อีกชุดได้เข้าตรวจสอบวัดที่อยู่ใน อ.หนองบัว จ.นครสรรค์ อีก 3 แห่ง คือ วัดปากดงสามัคคีธรรม วัดรังงามปทุมรักษ์ และวัดหนองสะเอ้ง ซึ่งคาดว่าจะสอบข้อเท็จจริงเจ้าอาวาสแต่ละวัดเสร็จภายในเวลา 4 ทุ่ม ของวันนี้ ปปป.ยังฝากขอความร่วมมือจากเจ้าอาวาสทุกวัดโดยขอให้ ให้ข้อมูลตามความเป็นจริง