วันนี้ (5 ก.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวพรทิพย์ จันทรัตน์ แม่น้องบีม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า นางพรปวีย์ ชูแก้ว ภรรยาของนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความที่โกงเงินเกือบ 5 ล้านบาท ถือเป็นคนกลางประสานงานระหว่าง นายพิสิษฐ์ และครอบครัวน้องบีม เพราะทุกครั้งที่ติดต่อนายพิสิษฐ์ จะต้องติดต่อผ่านนางพรปวีย์เสมอ ส่วนเอกสารทางกฎหมายตั้งแต่เริ่มให้นายพิสิษฐ์ช่วยว่าความในคดีแพ่ง จนถึงวันที่รู้ว่านายพิสิษฐ์โกงเงิน และขอให้ถอนแจ้งความที่ สน.บางยี่ขัน นางพรปวีย์ เป็นผู้ร่างเอกสารทั้งหมด
ทีมข่าวให้แม่น้องบีม ติดต่อทั้งสองคนอีกครั้ง ผ่านโทรศัพท์มือถือ พบว่า เบอร์ของทั้งคู่ที่เคยให้ไว้กับแม่น้องบีม ปิดการใช้งานไปแล้ว จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเบาะแสว่าทั้งสองคนอยู่ที่ใด
ส่วนการพิจารณาสั่งฟ้องทางแพ่ง ที่ประชุมคณะกรรมการเนติสภาบัณฑิต พิจารณาร่างคำร้อง เห็นพ้องให้เริ่มกระบวนการสั่งฟ้องได้ในวันพรุ่งนี้ โดยจะฟ้องเอาผิดจำเลย 2 คน คือ นายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ และ นางพรปวีย์ ชูแก้ว ที่ปรากฎชื่ออยู่ในเอกสารชำระหนี้ที่ทำไว้กับแม่น้องบีม ส่วนคดีอาญา เนติบัณฑิตยสภา มีความเห็นว่าตำรวจที่ทำคดี ต้องเร่งติดตามตัวเพื่อนำมาขึ้นศาลโดยเร็ว
ส่วนนางสาว นิษฐาณัฐ ภัทรธนินนิษฐ์ ผู้เสียหายอีกราย ที่ระบุว่าถูกนายพิสิษฐ์ผิดชำระหนี้กว่า 1.3 ล้านบาท วันนี้นำหลักฐานทั้งหมด ยื่นต่อสภาทนายความ พร้อมแต่งตั้งทนายความอาสาช่วยเหลือในคดีแพ่งและอาญา ด้านนายกสภาทนายความสั่งให้ตั้งคณะกรรมการช่วยเหลือทางกฎหมายขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง นอกเหนือจากกรณีครอบครัวน้องบีม โดยจะประสานข้อมูลทั้งสองกรณีร่วมกัน
ส่วนวันพรุ่งนี้ จะเรียกประชุมคณะกรรมการสภาทนายความนัดพิเศษ เพื่อพิจารณาคุณสมบัติการเป็นทนาย ของนายพิสิษฐ์ เพื่อลงโทษทางวินัย หากเป็นไปตามข้อมูลที่ผู้เสียหายร้องเรียนมา มีโทษสูงสุดคือ ลบชื่อออกจากการเป็นทนาย ซึ่งนายพิสิษฐ์ จะไม่สามารถทำอาชีพทนายความได้นาน 5 ปี