นางเดียร์เดร ลาร์กิน อายุ 85 ปี เปิดเผยว่า เมื่อ 16 ปีก่อน แพทย์วินิจฉัยว่า คุณยายกำลังประสบปัญหาภาวะกระดูกพรุนที่ไม่สามารถรักษาหรือบำบัดอาการด้วยการใช้ยาหรือสารเคมีได้ ทำให้คุณยายพยายามรักษาอาการดังกล่าว ด้วยวิธีต่างๆ โดยเฉพาะการเล่นโยคะ แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น คุณยายจึงตัดสินใจออกวิ่ง เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเอง โดยได้รับกำลังใจและแรงสนับสนุนที่สำคัญจากลูกชายของเธอ
ทั้งนี้ ยายเดียร์เดรปฏิบัติตามกฎที่ตัวเองตั้งไว้อย่างเคร่งครัด ในเรื่องของการดูแลสุขภาพ โดยจะไม่รับประทานน้ำตาล เกลือ หรือดื่มกาแฟเลย ทุกๆ เช้าเวลา 5.00 น. คุณยายจะเริ่มต้นอบอุ่นร่างกาย ก่อนที่จะออกไปวิ่งรอบๆ หมู่บ้านที่เธออาศัยอยู่ สื่อโทรทัศน์ท้องถิ่นตั้งฉายาให้เธอว่า ‘คุณยายแห่งแรนด์เบิร์ก (Grand Dame of Randburg)’ เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของโจฮันเนสเบิร์ก และเป็นเวลากว่า 7 ปีแล้วที่คุณยายเลือกที่จะวิ่ง การวิ่งของคุณยายพัฒนาขึ้นอย่างมาก เมื่อเดือนพฤษภาคมคุณยายได้รับเชิญให้ลงเเข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่สวิตเซอร์แลนด์ และวิ่งเข้าเส้นชัยโดยใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง 5 นาที ก่อนที่เธอจะเป็นเจ้าของสถิติโลกคนใหม่ในรุ่นอายุของเธอ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตัวเลขอายุของคุณยายกำลังจะเพิ่มขึ้นเป็น 86 ปีในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ แต่ช่วงจังหวะของชีวิตคุณยายไม่ได้ช้าลงเลย คุณยายนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนชาวแอฟริกาใต้กล่าวทิ้งท้ายว่า “ฉันสามารถจินตนาการช่วงจังหวะชีวิตของฉันหากไม่มีการวิ่งได้ มันคงเชื่องช้าและน่าเบื่อราวกับรอความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุก ๆ ทีเพียงเเค่นั้น โดย “ฉันจะยังคงวิ่งต่อไปตราบเท่าที่ฉันวิ่งไหว ตราบลมหายใจสุดท้ายของชีวิต แม้ฉันจะเหลือขาเพียงข้างเดียว ฉันก็จะวิ่ง”