ผู้ที่ศึกษาเรื่องนี้ก็คือ นายเฮร์ราลโด เซบัลลอส นักนิเวศน์วิทยาแห่งสถาบันชีววิทยาศาสตร์แห่งชาติของเม็กซิโก ที่ทำการศึกษาสิ่งมีชีวิตที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลี้อยคลานจำนวนทั้งสิ้น 27,600 สายพันธุ์ และพบว่า สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ มีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ทำให้สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็วก็คือมนุษย์นั่นเอง ที่มีทั้งการไล่ล่าแล้ว มนุษย์ยังเบียดเบียนสัตว์ ด้วยการบุกรุกป่าเพื่อเอาที่ดินมาใช้ประโยชน์ นั่นหมายความว่า โลกของเรากำลังเข้าสู่ยุคทำลายล้างสิ่งมีชีวิตครั้งที่หก นับตั้งแต่โลกของเราถือกำเนิดขึ้นมา และเป็นการทำลายล้างครั้งที่รุนแรงที่สุดด้วย
นายแอนโธนี่ บาร์นอสกี้ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเปิดเผยว่า ในช่วงเวลาเพียง 40 ปีที่ผ่านมา มนุษย์เราทำร้ายสิ่งมีชีวิตจนสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้ไปถึงร้อยละ 50 นั่นหมายความว่า ก่อนจะเข้าสู่ศตวรรษที่ 22 โลกของเราอาจไม่มีสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่ นอกจากมนุษย์ ยกตัวอย่างเช่นช้างแอฟริกา ซึ่งปัจจุบันมีเหลืออยู่ราว 4 แสนตัว หลายคนอาจคิดว่ายังมีช้างอยู่อีกมาก แต่ที่จริงแล้ว หากย้อนกลับไปในศตวรรษที่แล้ว ช้างแอฟริกายังมีอยู่มากกว่า 1 ล้านตัว นั่นหมายความว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ช้างสายพันธุ์นี้หายไปแล้วถึงร้อยละ 60
นอกจากการตัดไม้ทำลายป่าแล้ว มนุษย์เรายังมีการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้เกิดมลพิษในอากาศ และด้วยจำนวนของมนุษย์ที่เพิ่มขึ้น ก็เลยมีการบุกรุกป่า เพื่อนำมาใช้ในเชิงเกษตรกรรม โดยปัจจุบันนี้ ป่าไม่ต่ำกว่าร้อยละ 37 กลายเป็นพื้นที่ทางเกษตรไปหมดแล้ว ทำให้พื้นที่อาศัยของสัตว์ก็น้อยลงตามไปด้วย