วันนี้ (13 ก.ค.60) นายวรณัณ หาดทรายทอง ชาวเลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต พร้อมด้วยนายพสิษฐ์ ถาวรล้ำเลิศ ทนายความ เข้าฟังคำพิพากษาของศาลจังหวัดภูเก็ตคดีที่ นางสาว จินดารัตน์ ธรรมจักร ยื่นฟ้อง นายวรณัณ ฐานบุกรุกที่ดินโฉนดเลขที่ 8324 ซึ่งอยู่บริเวณหมู่บ้านชาวไทยใหม่หาดราไวย์ โดยใช้เวลาเข้าฟังคำพิพากษา ประมาณ 40 นาที ก่อนเดินทางออกมาหน้าศาล โดยมีชาวเลรอให้กำลังอยู่กว่า 50 คน
นายพสิษฐ์ ถาวรล้ำเลิศ ทนายความเปิดเผยว่าศาลตัดสินว่า ศาลฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาบุกรุก เพราะจำเลยโต้แย้งสิทธิ์กับฝ่ายโจทย์อยู่ในทางแพ่ง และในคดีเดิมศาลได้พิจารณายกฟ้อง ทำให้จำเลยเข้าใจโดยสุจริตว่าเป็นที่ดินของจำเลยเอง ส่วนของความผิดฐานยักย้ายหลักหมุดหลักเขตที่ดินก็เช่นเดียวกัน ศาลได้ยกฟ้องเพราะเห็นว่าทางจำเลยเมื่อเข้าใจโดยสุจริตว่าอยู่ในที่ดินของตัวเองและมีพยานยืนยันอีกว่าขณะดำเนินการไม่ได้ขยายพื้นที่ฉะนั้นย่อมฟังไม่ได้ว่ามีการรื้อหลักหมุด เพราะการรื้อหลักหมุดจะต้องมีเจตนาว่าต้องการครอบครองเป็นของตัวเอง แต่เมื่อฟังไม่ได้เลยนำไปสู่การยกฟ้องทั้งสองฐานความผิด ซึ่งในการยกฟ้องดังกล่าว หลักฐานของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสไอ ก็มีส่วนช่วยเหลือให้ยกฟ้องเนื่องจากมีผลมาตั้งแต่คดีแพ่งอยู่แล้ว
สำหรับคดีที่ชาวเลถูกฟ้องร้องโดยนางสาวจินดารัตน์ มีประมาณ 12 คดี แบ่งเป็นคดีแพ่ง 10 คดี และอาญา 2 คดี ในคดีแพ่ง 10 คดีนั้น โจทย์ยอมความ 1 คดี และถอนฟ้องภายหลังอีกคดี 1 เหลือ 8 คดี ใน 8 คดีนี้ภายหลังโจทย์รวมสำนวนฟ้อง 4 รายเป็น 1 คดี ขณะเดียวกัน มี 2 คดีที่ชาวเลราไวย์แพ้คดี และศาลมีคำสั่งให้ออกจากพื้นที่ ล่าสุดยังอยู่ระหว่างการบังคับคดี โดยศาลได้นัดจำเลยซึ่งเป็นชาวเลเข้ารายงานตัวในช่วงบ่ายวันนี้ ดังนั้นจึงเหลือคดีแพ่งอีกเพียง 3 คดี ที่ยังไม่ตัดสิน โดยศาลฯนัดสืบพยานอีกครั้ง วันที่ 18 กรกฏาคม เหลืออีก 2 คดีที่ยังต้องรอ และส่วนของคดีอาญา 2 คดี นั้นศาลยกฟ้องทั้งหมด
ส่วนปัญหาพิพาทและคดีความระหว่างชาวเลราไวย์กับ บริษัทบารอน เวิล์ด เทรด จำกัด ซึ่งชาวเลยยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหาย และขอคุ้มครอง รวมถึงคดีที่ทางบริษัท บารอนฯ ฟ้องกลับชาวเลราไวย์ พร้อมเรียกค่าเสียหาย 31 ล้านบาทนั้น ศาลจังหวัดภูเก็ตนัดพิจารณาในเดือนสิงหาคมนี้