เจ้าหน้าที่อาวุโสของสำนักงานอนุรักษ์เสือแห่งชาติ กล่าวยืนยันว่า พบซากของเสือ 58 ตัว ระหว่างเดือนมกราคม – มิถุนายน ในปีนี้ และยังพบว่ามีชิ้นส่วนอวัยวะของเสืออีก 9 ตัว รวมทั้งหมดอย่างน้อย 67 ตัว โดยรัฐกรณาฏกะ พบจำนวนเสือตายมากที่สุด ถึง 14 ตัว ในขณะที่รัฐมัธยประเทศ พบจำนวนเสือตายรองลงมาที่ 13 ตัว สำหรับประเทศอินเดียมีเสืออาศัยอยู่ คิดเป็นร้อยละ 60 ของเสือทั้งโลก โดยในศตวรรษที่แล้วจำนวนเสือทั่วประเทศอินเดียมีสูงถึงประมาณ 100,000 ตัว แต่ในปัจจุบันลดลงเหลือเพียงประมาณ 2,200 ตัวเท่านั้น
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เสือตายเพิ่มขึ้นมาจาก การรุกล้ำพื้นที่ป่าของมนุษย์ เนื่องจากการที่เสือจะสามารถมีชีวิตรอดปลอดภัยได้นั้น จำเป็นจะต้องอยู่ในป่าที่มีพื้นที่อย่างน้อย 100 ตารางกิโลเมตร ต่อเสือ 1 ตัว การล่าเสือเพื่อนำอวัยวะไปขายก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าจากประเทศจีน และนอกเหนือจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ยังพบว่า เสือยังต้องเสี่ยงกับ โรคไข้หัดสุนัข ที่ติดมาจากสุนัขในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่า
ทั้งนี้สำนักงานอนุรักษ์เสือแห่งชาติ ยังไม่สามารถเปิดเผยสาเหตุการตายที่เพิ่มขึ้น ในปีนี้ได้ จนกว่าจะได้รับรายงานทั้งหมดตอนสิ้นปี แต่แนวโน้มของอัตราการตายของเสือในปีนี้อาจจะสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว โดยข้อมูลที่บันทึกไว้ในปี 2016 พบว่ามีจำนวนเสือตายรวม 120 ตัว ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา จากข้อมูลเดือนมกราคม-มิถุนายนในปีนี้ 2017 เสื้อตายไปแล้ว 67 ตัว ขณะที่สหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติสากล ได้จัดให้เสืออยู่ในบัญชีรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เรียบร้อยแล้ว