มัสยิด”อัล อัคซา”ของชาวปาเลสไตน์ และ”ภูเขาแห่งวิหาร”ของอิสราเอล ล้วนเป็นชื่อของสถานที่เดียวกัน และเป็นสถานที่ศักดิ์ที่ชาวยิวและมุสลิม ต่างนับถือ แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางการอิสราเอล ได้นำเครื่องตรวจจับโลหะ ไปติดตั้งบริเวณทางเข้า-ออกของมัสยิดหรือวิหารแห่งนี้ โดยอ้างว่า เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้าย นำอาวุธเข้าไปก่อเหตุ หลังจากทหารอิสราเอล ถูกคนร้ายชาวยิวเชื้อสายอาหรับ ใช้ไขควงแทงได้รับบาดเจ็บ
และเจ้าเครื่องตรวจจับโลหะนี้เอง ทำให้ชาวปาเลสไตน์ไม่พอใจอย่างมาก เพราะเห็นว่า อิสราเอลพยายามที่จะฮุบเอาพื้นที่ศักดิ์ไปเป็นของตัวเอง จึงรวมตัวกันประท้วงและบานปลายกลายเป็นความรุนแรง ก่อนจะจบลงด้วยการตายของผู้บริสุทธิ์ 7 คน เรื่องนี้ทำให้ประชาคมโลกไม่สบายใจ และกดดันให้อิสราเอลรื้อถอนเครื่องตรวจจับโลหะนี้ออกไป ให้ทันก่อนจะถึงวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันที่พี่น้องชาวมุสลิม จะมีพิธีสวดมนต์ใหญ่
ฝ่ายอิสราเอลดูเหมือนรู้ตัวว่าทำเกินไป จึงยอมรื้อถอนเครื่องตรวจจับโลหะออกไป แต่บอกว่า จะนำเอาเทคโนโลยีอันทันสมัยเข้าไปติดตั้งแทน ซึ่งเป็นไปได้ว่า จะเป็นกล้องความคมชัดสูง เพื่อป้องกันคนแอบซุกซ่อนอาวุธเข้าไป
ด้านผู้แทนของคณะกรรมการศุงสุดอิสลามแห่งนครเยรูซาเล็มออกมาประกาศว่า ถึงแม้อิสราเอลจะถอนเครื่องตรวจจับโลหะออกไปแล้ว แต่ยังไม่บอกให้ชัดเจนว่า จะเอาอะไรมาติดตั้งแทน เพราะฉะนั้น จึงก็เตือนชาวมุสลิมว่า ยังไม่ควรเดินทางมายังมัสยิดแห่งนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะชัดเจนเสียก่อน หลายคนคงอาจจะแปลกใจว่า ทำไมคราวนี้อิสราเอลถึงได้ยอมปาเลสไตน์ง่ายดายนัก ทั้งที่ครั้งผ่านๆ มา อิสราเอลใช้ไม้แข็งกับชาวปาเลสไตน์มาโดยตลอด
คำตอบก็คือ หนึ่ง อิสราเอลถูกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกดดัน และสองมีการเจรจากันระหว่างกษัตริย์แห่งจอร์แดนกับผู้นำอิสราเอล ซึ่งแน่นอนว่า อิสราเอลคงไม่อยากมีเรื่องกับจอร์แดนตอนนี้ เพราะทั้งจอร์แดนและอิสราเอล ต่างเป็นพันธมิตรแนบแน่นกับสหรัฐทั้งคู่ การตีกันเอง คงไม่ได้ประโยชน์อะไร นอกจากจะได้ศัตรูเพิ่มขึ้น สิ่งที่ต้องติดตามคือ จะเกิดอะไรขึ้นในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ชาวมุสลิมจะยอมรับมาตรการรักษาความปลอดภัยใหม่ของอิสราเอลหรือไม่