ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน จนเกินปริมาณกักเก็บ ล้นไหลเข้าท่วมพื้นที่นาของชาวบ้านอำเภอเมืองมหาสารคาม เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา หากสังเกตจากภาพมุมสูง จะเห็นได้ว่า พื้นที่การเกษตรทั้งหมดบริเวณนี้ กลายเป็นพื้นที่รับน้ำในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
นายภูสิต สมจิตต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า จากการสำรวจพบรอยรั่วพนังกั้นน้ำบริเวณนี้กว่า 10 จุด เบื้องต้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย นำรถแบ็คโฮตักดินอุดรอยรั่ว เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้าสู่ตัวเมืองมหาสารคาม พื้นที่หัวใจทางเศรษฐกิจ และหากสภาพอากาศเป็นไปตามข้อมูลคาดการณ์ คือ ฝนตกลงมาเติมไม่เกินกว่าศักยภาพรับน้ำ เชื่อว่า สถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติใน 3 วัน
ขณะที่จังหวัดขอนแก่น จุดที่หนักหนาสาหัสที่สุด คือ โรงเรียนสอนคนตาบอด ในเขตอำเภอเมือง น้ำไหลเข้าท่วมจนทางโรงเรียนต้องสั่งปิดเรียนอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทำให้ผู้ปกครองต่างทยอยเดินทางมารับบุตรหลานท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมขัง
ส่วนบริเวณบ้านกอก ที่ตั้งสถานศึกษาสำคัญหลายแห่ง ยังไม่สามารถระบายน้ำออกได้ ทำให้ระดับน้ำยังท่วมสูง 50-70 เซนติเมตร แม้ปริมาณฝนในพื้นที่จะไม่มากแล้ว
ส่วนภาคเหนือ จุดที่ต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องคือจังหวัดพิษณุโลก พื้นที่ตอนล่างที่จะรองรับน้ำจากจังหวัดสุโขทัย โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน คาดว่าจะมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งที่ราบลุ่มต่ำตลอดแนวแม่น้ำยมสายเก่า หลังจังหวัดสุโขทัยมีความจำเป็นต้องผันน้ำบางส่วนลงมา ส่งผลให้มีน้ำท่วมพื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนริมแม่น้ำยมสายเก่า
ล่าสุดได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 6 เครื่อง เพื่อเร่งผลักดันน้ำลงสู่แม่น้ำน่านลดผลกระทบ เนื่องจากปริมาณน้ำในคลองใกล้ระดับวิกฤติ
จังหวัดนครสวรรค์ น้ำท่วมแล้ว 8 อำเภอ ในจำนวนนี้มี 3 อำเภอคือ หนองบัว ท่าตะโก และชุมแสง ที่ถูกน้ำท่วมขังนานกว่า 1 เดือนแล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มติดริมน้ำ โดยเฉพาะอำเภอท่าตะโก น้ำท่วมขยายวงกว้างครอบคลุมกว่าร้อยละ 80
ในพื้นที่ภาคกลาง ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ จังหวัดลพบุรี เกิดน้ำหลาก ในอำเภอชัยบาดาล ล่าสุดวันนี้มวลน้ำจากอำเภอลำสนธิได้ไหลลงมาท่วมบ้านเรือน และยังท่วมถนนสายหลักที่มุ่งหน้าสู่ภาคอีสาน ทำให้รถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้
ส่วนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำเพ่อมขึ้นต่อเนื่องบางจุดอย่างอำเภอบางบาล, เสนา, ยางปะอิน และอำเภอพระนครศรีอยุธยา น้ำเอ่อล้นท่วมชุมชนริมน้ำและพื้นที่การเกษตรแล้ว
ขณะที่ ภาพรวมปริมาณฝน วันนี้กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า จุดที่ฝนตกหนักมาก คือ พื้นที่ภาคอีสานทั้งหมด ยกเว้นจังหวัดหนองคาย กับ จังหวัดบึงกาฬ ส่วนพื้นที่ภาคเหนือตอนบนฝั่งจังหวัดน่านและจังหวะพะเยา ลงมาถึงภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางบางจังหวัด ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน เป็นพื้นที่ฝนตกหนัก
สำหรับการคาดการณ์ปริมาณฝนระหว่างวันที่ 28 – 30 กรกฎาคม ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ รายงานว่า ประเทศไทยจะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องหนักถึงหนักมาก หลายพื้นที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาและดินถล่ม พร้อมเตือนพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ประกอบด้วย ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี และสระบุรี, ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด และภาคใต้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง
ส่วนเหตุดินถล่มปิดอุโมงค์รถไฟช่องสำราญ ฝั่งด้านอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ เก็บกู้ได้ประมาณร้อยละ 80 แล้ว ส่วนอุโมงค์ด้านโคกคลี ฝั่งด้านอำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี อยู่ในสภาพใช้การได้แล้ว คงเหลือเพียงการตรวจสอบรายละเอียดของความแน่นของผิวดิน และรางรถไฟ ว่าอยู่ในสภาพที่ชำรุดบริเวณใดบ้าง ซึ่งหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม คาดว่าน่าจะสามารถเปิดเดินรถได้ในเวลา 18.00 น.วันนี้