มณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังเกิดแผ่นดินไหว ขนาดความรุนแรง 6.5 เมื่อช่วงค่ำวานนี้ ทำให้รถยนต์ถูกจอดทิ้งเรียงรายอยู่สองข้างถนน ส่วนใหญ่ถูกก้อนหินขนาดใหญ่หล่นลงมาทับจนพังเสียหาย ขณะที่บรรดาโรงแรมและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ก็พังถล่มเสียหายเป็นวงกว้างเช่นกัน
ส่วนยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 19 คน ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยว 6 คน บาดเจ็บอีก 247 คน แต่เจ้าหน้าที่คาดว่าตัวเลขน่าจะเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ประกาศปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมเป็นการชั่วคราว
หลังเกิดแผ่นดินไหว ยังมีรายงานการเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมามากกว่า 100 ครั้ง มีก้อนหินและดินถล่มลงมาจากเขาเป็นระยะ นักท่องเที่ยวมากกว่า 35,000 ติดค้างอยู่ในพื้นที่เมื่อคืนนี้ ส่วนใหญ่ต้องอพยพออกจากโรงแรมมาค้างแรมบนถนน ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิประมาณ 10 องศาเซลเซียส โดยเจ้าหน้าที่คาดว่าจะเข้าไปช่วยอพยพออกมาได้หมดภายในวันนี้
ล่าสุด ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ของจีน สั่งกำชับเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยและค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังอย่างเต็มกำลัง
ขณะที่สถานกงสุลใหญ่ นครเฉิงตู ออกประกาศเตือนภัยแผ่นดินไหว โดยขอให้นักท่องเที่ยวชาวไทยใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่ประสบภัย และติดตามข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานว่ามีบุคคลสัญชาติไทยได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งนี้
สำหรับมณฑลเสฉวน เคยเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงมาแล้วหลายครั้ง ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ปี 2008 วัดความรุนแรงได้ 8.0 แมกนิจูด แรงสั่นสะเทือนครั้งนั้นรับรู้ได้ไกลถึงกรุงปักกิ่ง ซึ่งอยู่ห่างออกไป 1,800 กิโลเมตร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายราว 87,000 คน บาดเจ็บเกือบ 4 ล้าน 5 แสนคน