สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ และรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาร์ ออกมาพูดถึงสถานการณ์ความไม่สงบในรัฐยะไข่ทางชายแดนฝั่งตะวันตกของประเทศรอบล่าสุดเป็นครั้งแรก ขณะที่ประธานาธิบดีตุรกี เทยยิป ออร์โดอัน โทรสายตรงไปคุยกับ ซูจี เพื่อสอบถามถึงสถานการณ์ในรัฐยะไข่ ซึ่งซูจีก็ตอบว่ากองทัพเมียนมาร์ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ในการปกป้องประชาชนทุกคน พร้อมระบุว่าตอนนี้ข่าวเหตุการณ์รุนแรงในรัฐยะไข่เกิดจากข้อมูลเท็จจากฝีมือของกลุ่มก่อการร้าย
ด้านสำนักงานของ ซูจี บอกว่าข้อมูลเท็จที่ถูกปล่อยออกมานั้น ต้องการให้เกิดปัญหาระหว่างหลายๆ ประเทศ เพื่อเป็นผลประโยชน์ของกลุ่มก่อการร้าย
ในแถลงการณ์ครั้งนี้ ซูจี ไม่ได้เอ่ยถึงผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา ที่ทางฝั่งบังลาเทศตอนนี้ต้องรับมือกับผู้อพยพที่หนีข้ามชายแดนมาแล้วกว่า 126,000 คน
สำหรับฝ่ายความมั่นคงเมียนมาร์ ออกแถลงการณ์เตือนว่า กลุ่มก่อการร้ายในรัฐยะไข่ กำลังเตรียมก่อเหตุร้ายที่เมืองอื่นๆ เช่น มัณฑะเล และย่างกุ้ง
ทั้งนี้เหตุการณ์ความรุนแรงครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นหลังจากกลุ่มก่อการร้ายโรฮิงญาบุกโจมตีด่านความมั่นคงของทหารในรัฐยะไข่ ถึงตอนนี้ผ่านมาแล้ว 12 วัน มีผู้อพยพชาวโรฮิงญาหนีตายข้ามมาถึงบังคลาเทศอย่างต่อเนื่อง
ผู้สังเกตการณ์นานาชาติที่อยู่ในค่ายผู้อพยพฝั่งบังคลาเทศรายงานว่า เมื่อมองข้ามไปยังฝั่งเมียนมาร์ก็เห็นควันไฟจากหมู่บ้านกลุ่มมุสลิมโรฮงญา ขณะที่ทางเมียนมาร์ก็บอกว่าบ้านเรือนที่ถูกเผ่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้าย
แหล่งข่าวจากรัฐบาลบังคลาเทศเผยว่าในช่วง 3 วันที่ผ่านมา กองทัพเมียนมาร์ได้นำทุ่นระเบิดมาติดตั้งไว้บริเวณพรมแดนที่ติดกับบังคลาเทศ เพื่อกันไม่ให้ชาวโรฮิงญาที่ลี้ภัยออกไปเดินทางกลับเข้ามายังประเทศเมียนมาร์อีก
แต่กองทัพเมียนมาร์ก็ออกมาบอกว่า ทุ่นระเบิดที่ว่าถูกติดตั้งไว้ตั้งแต่ช่วง 1990 และทหารเมียนมาร์ก็ได้มีความพยายามจะกำจัดทุ่นระเบิดเหล่านี้อยู่ พร้อมย้ำว่าในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้มีการติดตั้งทุ่นระเบิดเลยแม้แต่ลูกเดียว
เมื่อวานนี้ เลขาธิการสหประชาชาติ นาย อันโทนิโอ กูเตียร์เรส ออกแถลงการแสดงความเป็นห่วงเหตุการณ์ความรุนแรงในเมียนมาร์ที่อาจจะบานปลายไปจนเป็นทำลายเสถียรภาพของภูมิภาคได้ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น
ก่อนหน้านี้ ซูจี ก็ถูกนานาชาติกดดันอย่างหนักให้ออกมาปกป้องชนกลุ่มน้อย ขณะที่ความไม่พอใจต่อนาง ซูจี ทำให้เริ่มมีความพยายามถอนรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ของเธอ โดยวันนี้เริ่มมีการล่ารายชื่อทางเว็บไซต์ change.org เพื่อเรียกร้องให้ประธานคณะกรรมการรางวัลโนเบลสันติภาพ เรียกคืน รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่มอบให้กับนางอองซานซูจี ซึ่งตั้งเป้าจะล่าให้ได้ 5 แสนคน และตอนนี้มีคนลงชื่อแล้ว 346,714 คน