วันนี้ (7 ก.ย. 60) นายเอกรัฐ ดุมลักษณ์ เลขานุการมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเด็กหญิงถูกกลุ่มชายล่วงละเมิดทางเพศ ในพื้นที่เกาะแรด จังหวัดพังงา ว่าตอนนี้แม่และเด็กหญิงที่ตกเป็นเสียหาย มีอาการเครียด และหวาดกลัวเนื่องจากถูกข่มขู่ด้วยวาจา รวมถึงถูกปาก้อนหินใส่บ้าน และนักจิตวิทยาก็ยืนยันแล้วว่า เด็กหญิงมีอาการเครียดจริงจนไม่กล้าออกจากบ้าน
สำหรับตัวเลขชาย 40 คนที่ก่อเหตุล่วงละเมิดเด็กหญิงนั้น ทางมูลนิธิฯ ได้รับข้อมูลมาจากผู้เสียหายโดยตรง และส่วนตัวมองว่ามีโอกาสเป็นไปได้ เนื่องจากระยะเวลาที่เด็กถูกกระทำนานกว่า 6 เดือน อีกทั้งยังมีการพาเด็กออกนอกพื้นที่ด้วย ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่ามีรายชื่อผู้กระทำความผิดหลุดออกมา นอกเหนือจาก 3 คนที่ถูกอัยการสั่งฟ้องไปแล้วก่อนหน้านี้ จนทำให้ชาวบ้านเกาะแรดเกิดความไม่พอใจ นายเอกรัฐ บอกว่า ชื่อที่หลุดออกมาเป็นเพียงชื่อเล่นไม่ได้ระบุชื่อจริง นามสกุล หรือถิ่นที่อยู่ ซึ่งหากถูกเจ้าหน้าที่เรียกตัวก็ควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากเป็นผู้บริสุทธิ์จริง ก็ไม่ต้องกลัวความผิด
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน กระแสของชาวบ้านตีกลับไปโจมตีกลุ่มมูลนิธิผู้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว เนื่องจากหลังมีข่าวเกิดขึ้น ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวมาที่เกาะแรดน้อยลง ชาวบ้านหลายคนจึงขาดรายได้ นอกจากนี้มีกระแสข่าวออกมาว่า พ่อเลี้ยงของเด็กหญิง เป็นคนล่วงละเมิดเด็กหญิงเสียเอง เรื่องนี้ เลขานุการมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต บอกว่า กรณีของพ่อเลี้ยงหากเป็นจริงตามที่ชาวบ้านบอก ทำไมจึงไม่แจ้งภาครัฐตั้งแต่แรก ทำไมจึงมาให้ข้อมูลหลังจากมีคดีเกิดขึ้น และการที่เด็กออกไปไหนมาไหนกับพ่อเลี้ยงตนคิดว่าเป็นเรื่องปกติของคนในครอบครัวเดียวกัน นอกจากนี้ นายเอกรัฐ ยังฝากถึงชาวบ้านเกาะแรดว่า “ทำไมหมู่บ้านถึงปกป้องคนที่ทำผิด มากกว่าปกป้องเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ตอนนี้ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านควรหาคนทำผิดมาลงโทษเพื่อทำให้เห็นว่าบ้านเมืองมีขื่อมีแป ไม่ใช่มาปกป้องคนผิด”
ด้านนายสุชีพ สุเมนร์ หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนล่วงละเมิดเด็กหญิง ยืนยันว่า ตนเองและลูกชายไม่เคยกระทำตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมเรียกร้องให้มูลนิธิฯเดินทางมาพบเพื่อพิสูจน์ความจริง นอกจากตนจะไม่ได้ล่วงละเมิดเด็กหญิงแล้ว ตนยังเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่มีชาย 40 คนรุมโทรมเด็กหญิง ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริงในหมู่บ้าน ส่วน 3 คนแรกที่ถูกสั่งฟ้องไปแล้ว ตนไม่ขอแสดงความคิดเห็น
สำหรับสาเหตุที่ นายสุชีพ มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นจริงบนเกาะแรด เนื่องจาก ผู้ชายบนเกาะมีไม่ถึง 40 คน อีกทั้งช่วงที่เกิดเหตุครอบครัวผู้เสียหายอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านอื่น รวมถึงมูลนิธิฯ ที่เข้ามาดำเนินการช่วยเหลือเด็กหญิง ยังไม่เคยเข้ามาสอบถามข้อมูลกับชาวบ้าน หรือแม้แต่สอบถามผู้ใหญ่บ้านเลย พร้อมยืนยันอีกว่าตนไม่ได้ปกป้องคนผิด และตอนนี้ชาวบ้านทั้งเกาะแรดไม่พอใจเป็นอย่างมากับการกระทำของมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ
ขณะที่ ผศ.ดร.ฐนันดร์ศักดิ์ บวรนันทกุล ประธานคณะกรรมการหลักสูตรอาชญวิทยา การบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า คดีนี้ไม่ใช่งานยากของพนักงานสอบสวน และเชื่อว่ากระบวนการสอบสวนมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะไขความจริงให้ปรากฎขึ้นได้ แม้กระแสตอนนี้เป็นการตอบโต้กันของทั้ง 2 ฝ่าย แต่เวลาพิสูจน์ในชั้นศาล ศาลจะดูที่พยานหลักฐานเป็นหลัก ซึ่งตอนนี้ความจริงยังไม่ปรากฎ กระบวนการยุติธรรมเปิดโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้พิสูจน์ตัวเองอยู่แล้ว ส่วนพยานหลักฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับตอนนี้คือ พยานนิติวิทยาศาสตร์ พยานแวดล้อม รวมถึงการซัดทอดกันเองของผู้ต้องหา หลังจากนี้ก็คงต้องพึ่งพนักงานสอบสวนให้สามารถหาพยานหลักฐานมาประกอบสำนวนให้ได้มากที่สุด