แม้จะตามจับกลุ่มชาวเวียดนามลักลอบตัดไม้กฤษณาจนเกิดเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ได้ทั้งหมดแล้ว แต่ระหว่างสอบปากคำ เมื่อถูกถามถึงคำถามสำคัญ ผู้ต้องการทั้งหมดก็จะปฏิเสธ นี่เป็นวิธีที่เจ้าหน้าที่เชื่อว่า กลุ่มผู้ต้องหาและผู้อยู่เบื้องหลังอาจเตรียมการวางแผนกันมาเพื่อไม่ให้ขยายผลได้สำเร็จ
เมื่อวันที่ (9 ก.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอธิบายให้ตำรวจฟังถึงเหตุการณ์ปะทะกันกับขบวนการลักลอบตัดไม้หอมข้ามชาติ ระหว่างนำตัวผู้ต้องหาชาวเวียดนาม 3 คนมาชี้จุด ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แม้รอยกระสุนปรากฏบนต้นไม้ และฝังบริเวณหัวไหล่เจ้าหน้าที่ เป็นร่องรอยบ่งชัดว่าการปะทะกันเกิดขึ้นจริง แต่ผู้ต้องหาทั้งหมดยังปฏิเสธว่า พวกเขาไม่มีอาวุธปืนยิงตอบโต้เจ้าหน้าที่ การปฏิเสธของผู้ต้องหา ประกอบกับเวลาเกิดเหตุไม่มีพยานรู้เห็นเหตุการณ์ ทำให้การชี้จุดครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องปูพรมค้นหาอาวุธคู่ขนาน เพื่อใช้เป็นหลักฐานเอาผิด หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ยอมรับว่า ขบวนการลักลอบตัดไม้หอมข้ามชาติมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงความผิดคล้ายกัน คือ มีความรู้เรื่องช่องว่างของกฏหมายไทย ทำให้การขยายผลทำได้ยาก
นอกจากการเอาผิดกับผู้ต้องหาแล้ว เจ้าหน้าที่ยังพยายามขยายผลไปสู่การจับกุมที่หัวขบวนการด้วย เพราะไม่เชื่อว่า มีคนไทยอยู่เบื้องหลัง สนับสนุนอาวุธ และนำทาง ผู้ต้องหายืนยันว่ามีคนไทยมารับจากโรงแรมในตัวเมืองนครสวรรค์ไปยังจุดเกิดเหตุ ทีมข่าวจึงพยายามสอบถามคนในพื้นที่ว่ามีใครพบเบาะแสของรถคันดังกล่าวหรือไม่
การหาเบาะแสในพื้นที่ ตำรวจเตรียมขอกล้องวงจรปิดจากหน้าโรงแรมที่ผู้ต้องหาพัก เพื่อขยายผลให้ได้มากที่สุด พร้อมตรวจพิสูจน์เขม่าดินปืนบนเสื้อผ้าของผู้ต้องหาด้วย ล่าสุดผู้ต้องหาทั้งหมดถูกนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์
ศักดิ์ดา ดุลยาชีวะ ถ่ายภาพ
ปรารถนา พรมพิทักษ์ รายงาน