ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคมปี 1945 ระเบิดนิวเคลียร์ถูกนำมาใช้ครั้งแรกบนโลก โดยสหรัฐอเมริกาที่เมืองฮิโรชิมา และนางาซากิ นำมาสู่ประกาศยอมแพ้ของญี่ปุ่นในเวลาต่อมา ตลอดระยะเวลา 72 ปี แม้จะไม่มีการนำอาวุธนิวเคลียร์มาใช้ แต่จำนวนอาวุธนิวเคลียร์กลับเพิ่มเป็นเกือบ 15,000 ลูกทั่วโลก
ปัจจุบันหนึ่งประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์และมีการประกาศอย่างเปิดเผยว่าพร้อมจะใช้มันคือ “เกาหลีเหนือ” นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธควบคู่กับอาวุธนิวเคลียร์หลายต่อหลายครั้ง และออกคำขู่ยิงไปยังประเทศต่างๆอีกนับครั้งไม่ถ้วน ทำให้ญี่ปุ่นในฐานะประเทศพันธมิตรของสหรัฐอเมริกาศัตรูตัวฉกาจของเกาหลีเหนือ จึงตกเป็น 1 ในเป้าหมายของเกาหลีเหนืออย่างเลี่ยงไม่ได้
ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 29 สิงหาคม เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข้ามเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น ตามมาด้วยการทดสอบระเบิดไฮโดรเจนเมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่น แม้จะได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา และนานาชาติ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการเตรียมความพร้อมหน่วยงานต่างๆเพื่อจัดซ้อมอพยพขึ้นตามจังหวัดต่างๆทั่วประเทศตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
ระบบ J-Alert หรือระบบเตือนภัยผ่านดาวเทียมที่ใช้ในแจ้งเตือนแก่ประชาชนในกรณีที่เกิดภัยพิบัติ ถูกนำมาใช้ในกรณีที่มีการยิงขีปนาวุธ เพื่อส่งสัญญาณแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ในส่วนของประชาชนเอง ห้องหลบภัยใต้ดิน ก็กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ
แม้นานาประเทศจะมีท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นต่อเกาหลีเหนือ โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มีมติเป็นเอกฉันท์ในการใช้มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา แต่ความพยายามสร้างโลกที่ปลอดอาวุธนิวเคลียร์ก็ยังดูไม่ชัดเจนนัก เมื่อสนธิสัญญาห้ามอาวุธนิวเคลียร์ ที่ผ่านการเห็นชอบเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถูกคาดการณ์ว่าจะไม่ได้รับการลงนามจากชาติสมาชิกสหประชาชาติผู้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่อ้างว่าควรเก็บอาวุธนิวเคลียร์ไว้ เพื่อรับมือภัยคุกคามจากโครงการนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธที่ยังมีอยู่