วันนี้ ( 26 ก.ย.60 ) นางวาสนา กุลชาติ หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยผ่านรายการ เป็นเรื่องเป็นข่าวว่า ได้ทำสัญญากู้เงินจากเจ้าหนี้มาทั้งหมด 320,000 บาท จ่ายดอกเบี้ยไปแล้ว 250,000 บาท แต่เจ้าหนี้อยากได้เงินอีก 350,000 บาท โดยให้เหตุผลว่าจ่ายเงินไม่ตรงกำหนด จึงทำการปรับดอกเบี้ยเพิ่ม และขณะนี้เจ้าหนี้กำลังฟ้องร้องให้กรมบังคับคดีขับไล่ให้ออกจากบ้านและจะยึดที่ดิน ถ้าหากไม่มีเงินไปชำระหนี้ ซึ่งที่ดินดังกล่าวเหลือระยะเวลาห้ามโอนเพียง 1 ปี หลังจากนั้นเจ้าหนี้จะสามารถยึดเอาไปได้
ด้านนายปรีชา ณ เชียงใหม่ ทนายความ กล่าวว่า ส่วนใหญ่ลูกหนี้ไม่ทราบ หากเจ้าหนี้เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ส่วนที่เกินนั้นศาลสามารถสั่งให้เป็นโมฆะได้ และปรับให้ดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 15 ต่อปี โดยลูกหนี้สามารถแจ้งความดำเนินคดีเจ้าหนี้ได้ ตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 โทษจำคุก 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และแจ้งความดำเนินคดีเรื่องผู้มีอิทธิพล สรรพากรและภาษี ส่วนการที่เจ้าหนี้คุกคามทวงหนี้ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการทวงหนี้ ห้ามทวงหนี้หรือข่มขู่ ก่อให้เกิดความรุนแรง จะมีโทษจำคุก 5 ปี
ขณะที่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บังคับการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า เบื้องต้นได้ติดต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรทั้ง 7 จังหวัด และสั่งการให้ดูแลคดีนี้ด้วยตนเอง โดยให้เจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ เพื่อหาทางประนีประนอม และให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย