เตือนเร่งวัดค่าน้ำเสียทะลักจากโรงงานภูเขาก๊าซ อาจต้องอพยพ ปชช.


โดย PPTV Online

เผยแพร่




น้ำที่ไหลเข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอในจังหวัดสุพรรณบุรี จากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก กลายเป็นน้ำสีดำ และส่งกลิ่นเหม็น จนมาพบว่า น้ำเสียปริมาตรมหาศาล เป็นเพราะการพังทลายของคันดินจากบ่อเก็บกากส่าเอทานอล ในโรงงานไทยอะโกร เอ็นเนอร์ยี่ ซึ่งเป็นโรงานเดิมที่เคยเกิดภูเขาก๊าซไข่เน่า จนกลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อปีที่แล้ว ด้านอาจารย์อ๊อด เตือน ก๊าซไข่เน่ารุนแรงเท่าเดิมเมื่ออยู่ในน้ำ ควรเร่งวัดค่าความเข้มข้น เพื่อประเมินว่าต้องอพยพประชาชนบางจุดหรือไม่

วันนี้ (2 ต.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำสีดำสนิท มีฟอง และส่งกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง ที่เข้าท่วมบ้านสระบัวกล่ำ และบ้านดงอู่ทอง ต.มะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เป็นน้ำที่ไหลเข้าท่วมจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักแต่เมื่อวานนี้ ชาวบ้านระบุว่า น้ำที่เป็นสีดำ เพราะไปผสมกับน้ำที่ล้นมาจากบ่อเก็บกากส่าเอทานอลของ บริษัทไทยอะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเอทานอล ที่เคยเก็บกากส่าเอทานอลไว้ จนพองสูงเป็นภูเขาก๊าซไข่เน่า และกลายเป็นข่าวใหญ่ในช่วงปลายปี 2559 แต่ครั้งนี้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างไปถึง 3 อำเภอ คือ อำเภอด่านช้าง / อ.หนองหญ้าไซ และ อ.เดิมบางนางบวช

โดยจากการตรวจสอบพื้นที่ พบว่า คันดินของบ่อที่พังจนทำให้น้ำเสียไหลลงสู่ลำห้วยกระเสียว เป็นคันดินของบ่อเก็บของเสีย ซึ่งโรงงานไทยอะโกร เอ็นเนอยี่ สร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อเพิ่มที่เก็บกากส่าเอทานอล หลังบ่อเดิมเต็มจนทำให้เกิดภูเขาก๊าซขึ้น แต่เมื่อเจอกับฝนในปริมาณมาก ทำให้คันดินพังลง และน้ำเสียทะลักเข้าท่วมพื้นที่จำนวนมาก

ด้าน นายพิภพ บุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เดิทางไปดูที่จุดเกิดเหตุน้ำจากบ่อเอทานอล ทะลักออกมาเจือปนกับน้ำฝน โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยอะโกรฯ พาตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และพบว่า มีชาวบ้านได้รับผลกระทบในพื้นที่ 3 อำเภอ รวมกันนับพันครัวเรือน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี สั่งการปิดโรงงานทันที เป็นเวลา 45 วัน เพื่อให้แก้ไขจุดที่คันดินพังอย่างเร่งด่วน โดยให้หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด รายงานความคืบหน้าเป็นระยะ เพื่อประเมินกำหนดพื้นที่ ซึ่งอาจจะต้องประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ เพราะความเสียหายค่อนข้างมาก รวมทั้งให้กรมควบคุมมลพิษ เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบทันที และยังแสดงความกังวลว่า น้ำเสียเหล่านี้ มีโอกาสที่จะลงไปสู่แม่น้ำท่าจีนด้วย

ขณะที่ รศ.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อาจารย์อ๊อด อาจารย์ภาควิชาเคมี ม.เกษตรศาสตร์ เร่งออกมาให้ข้อมูลทันที โดยระบุว่า ของเสียในน้ำคือ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือ ก๊าซไข่เน่า เป็นสารเคมีที่ยังคงความรุนแรงเท่าเดิมแม้อยู่ในน้ำ และเมื่อไปกับน้ำ จะมีรัศมีกระจายเป็นวงกว้าง เบื้องต้นประชาชนในพื้นที่ต้องระวังไม่สัมผัสน้ำโดยตรง เพราะหากมีบาดแผลจะติดเชื้อได้ง่าย

อาจารย์วีรชัย กล่าวต่อว่า ของเสียชนิดนี้ เมื่อไปทับถมวัชพืช จะทำให้วัชพืชตาย หมักหมมเป็นของเสียที่ติดอยู่ จำเป็นต้องไปกำจัดออก จะสร้างความเสียหายอีกมาก พร้อมเรียกร้องหน่วยงานในพื้นที่ เร่งตรวจวัดค่าความเข้มข้นของสาร เพราะหากพบค่าที่รุนแรง อาจต้องถึงกับอพยพประชาชน

อย่างไรก็ตาม นายสมชาย โล่วิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยอะโกรฯ ระบุว่า ยินดีที่จะปิดโรงงานเพื่อปรับปรุงแก้ไข และได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบความเสียหายเพื่อช่วยเหลือเยียวยาอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ นายมงคล สุนนานนท์  ผู้อำนวยการ บริษัท ไทยอะโกร ฯ กล่าวว่า มีโครงการก่อสร้างเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการประมูลและประเมินราคาเพื่อจะก่อสร้างระบบเผาน้ำเสียแทน

TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ