เมื่อวันที่ (3 ต.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดประเภทของสถานศึกษาและการดำเนินการของสถานศึกษาในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้
ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง กำหนดให้กฎกระทรวงฯ มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป, กำหนดประเภทของสถานศึกษาในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็น 3 ระดับ คือ สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประถมศึกษา, มัธยมศึกษา, สถานศึกษาที่จัดการอาชีวศึกษา และสถานศึกษาที่จัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา
สถานศึกษาแต่ละประเภทต้องจัดให้มีการดูแล ช่วยเหลือ คุ้มครองนักเรียนและนักศึกษา และคำนึงถึงสิทธิของผู้เรียน รวมถึงความลับและความเป็นส่วนตัวของผู้เรียน โดยกำหนดให้สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและสถานศึกษาที่จัดการอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรต้องจัดให้มีการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับช่วงวัย และต้องมีการติดตามประเมินผลโดยให้เป็นส่วนหนึ่งของการวัดผล โดยให้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเพศวิถีศึกษาด้วย และในระดับวิชาชีพชั้นสูงขึ้นไปและในระดับอุดมศึกษา ให้เป็นไปตามสภาสถาบันอาชีวศึกษา สภามหาวิทยาลัย สภาสถาบันอุดมศึกษา
ขณะเดียวกัน กำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนานักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ หรือคณะครุศาสตร์ หรือในสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้มีความรู้ในเรื่องการสอนเพศวิถีศึกษา และทักษะการให้คำปรึกษา และกำหนดให้สถานศึกษาจัดการศึกษาให้แก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่ตั้งครรภ์โดยต้องให้นักเรียนหรือนักศึกษาที่ตั้งครรภ์ได้เรียนจนจบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ หรือการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยืดหยุ่นในวิธีการจัดการเรียนรู้ หลีกเลี่ยงการลงโทษและไม่ตำหนิ กรณีนักเรียนหรือนักศึกษาประสงค์จะหยุดพักการเรียนในระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดเพื่อดูแลบุตร สถานศึกษาต้องอนุญาตและให้นักเรียนหรือนักศึกษามีสิทธิในการศึกษาต่อ
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้สถานศึกษาต้องจัดให้นักเรียนหรือนักศึกษาได้รับการบริการอนามัยเจริญพันธุ์ที่ดีและถูกต้อง และกำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดกำกับ ติดตามสถานศึกษาในการดูแลช่วยเหลือ และคุ้มครองเกี่ยวกับการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น