โครงการหลวงเพาะไหลสตรอว์เบอร์รี่ สร้างรายได้เพิ่มคุณภาพชีวิตชาวดอย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ มูลนิธิโครงการหลวง วิจัยและขยายพันธุ์ สตรอว์เบอร์รี่ พันธุ์พระราชทาน 80 เพื่อส่งเสริมให้ชาวเขามีอาชีพสร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวดอย ตามจุดประสงค์ของโครงการหลวง ซึ่งเป็นโครงการส่วนพระองค์ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นายพรประเสริฐ ธรรมอินทร์ นักวิชาการ (งานไม้ผล) สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ มูลนิธิโครงการหลวง ระบุว่าสตรอว์เบอร์รี่ที่วิจัยและขยายพันธุ์อยู่ใน สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ คือพันธุ์พระราชทาน 80 ซึ่งได้พระราชทานมาเมื่อปี พ.ศ.2550 ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ส่วนขั้นตอนการขยายพันธุ์ไหลสตรอว์เบอร์รี่ หรืออาจเรียกว่า ต้นกล้าของสตรอว์เบอร์รี่ จะถูกแบ่งออกเป็น 4 รุ่น เรียกว่า Generation 1 - 4 หรือ G1 – G4 สำหรับ G1 จะได้จากทิชชู่คัลเจอร์ หรือ สตรอว์เบอร์รี่เนื้อเยื่อ ซึ่งจะมีความทนทานต่อโรค และจะนำ G1 มาเป็นแม่พันธุ์ จากนั้นเมื่อ G1 เติบโตจนมีไหล ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 60 วัน ก็จะเริ่มทำการเพาะไหล โดยการนำไหลหรือแขนงมาเพาะต่อในถุงดินหรือฝังดิน จนเติบโตได้เป็น G2 ก่อนจะตัดออกไปเพาะแยก และทำซ้ำเดิมอีก 2 ครั้ง จนได้รับต้นกล้ารุ่น 4 หรือ G4 ซึ่งไหลในแต่ละรุ่นจะแตกแขนงออกมาประมาณ 20-30 ไหล

หลังได้ต้นกล้ารุ่นที่ 4 ก็จะนำต้นกล้าเหล่านั้นลงแปลงเพาะปลูก และจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตจากต้นกล้ารุ่นที่ 4 เท่านั้น เนื่องจาก หากเก็บผลผลิตจากต้นกล้ารุ่น 1-3 ผลผลิตที่ได้อาจยังไม่แข็งแรง หรือรสชาติอาจผิดเพี้ยนไป ดังนั้นจึงต้องมีการเพาะไหล ให้ต้นกล้าได้ผ่านร้อนผ่านหนาว ได้รับธาตุอาหารอย่างเต็มที่ ผลผลิตที่ได้จึงจะสมบูรณ์ ส่วนการจัดจำหน่ายไหลรุ่นที่ 4 ให้กับเกษตรกรชาวเขา จะขายในราคาต้นละ 3 บาท เมื่อได้รับผลผลิตชาวเขาจะนำส่งกลับมาให้มูลนิธิโครงการหลวงจัดหาตลาดให้ในราคากิโลกรัมละ 400 บาทสำหรับเกรดพรีเมี่ยม ซึ่งนายพรประเสริฐ กล่าวว่า ทางโครงการหลวงจะรับซื้อผลผลิตกลับมาทั้งหมด เพื่อรักษาคุณภาพและมาตรฐาน หากเกษตรรายใดที่เป็นสมาชิกโครงการหลวงแต่กลับนำไปขายเองจะถูกตักเตือน หรือถูกตัดออกจากการเป็นสมาชิกทันที

สำหรับการเพาะปลูกสตรอว์เบอร์รี่ นักวิชาการงานไม้ผลรายนี้ บอกว่า จะลงแปลงปลูกในช่วงเดือนตุลาคม เพื่อจะให้ทันได้รับผลผลิตในช่วงหน้าหนาวตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมามากที่สุด ส่วนช่วงกลางปีก็จะเป็นการปรับค่าพีเอชในดิน และเริ่มทำการเพาะไหล โดยในแต่ละปีสามารถปลูกสตรอว์เบอร์รี่ได้ประมาณ 2 หมื่นต้นในพื้นที่ของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ มูลนิธิโครงการหลวง

ส่วนสตรอว์เบอร์รี่ พันธุ์ใหม่ล่าสุด หมายเลข 88 ที่ถูกถูกยกย่องว่ามีรสชาติดี เนื้อแน่นละเอียด ทนทานต่อการขนส่ง กลิ่นหอมและผิวสวย ที่กำลังอยู่ในช่วงการวิจัย นายพรประเสริฐ บอกว่า สตรอว์เบอร์รี่พันธุ์ดังกล่าว ยังไม่ได้นำมาขยายพันธุ์ที่อินทนนท์ แต่คาดว่าอีกประมาณ 2-3 ปีข้างหน้า จะสามารถเริ่มเพาะพันธุ์และส่งขายได้ ก่อนจะเริ่มส่งเสริมให้เกษตรกรได้นำไปเพาะปลูก อย่างไรก็ตามคาดว่าการเข้าสู่ตลาดของ พันธุ์ 88 จะไม่กระทบตลาดเดิมของพันธุ์ 80 เนื่องจากปัจจัยด้านราคา

ทั้งนี้ การเพาะพันธุ์ไหลสตรอว์เบอร์รี่ พืชเมืองหนาว ของมูลนิธิโครงการหลวง เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่นำไปเพาะปลูกสร้างรายได้ ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สามารถช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของขาวเขาได้จริง โดยมีหลายครอบครัวที่ยึดเอาการปลูกสตรอว์เบอร์รี่ เป็นอาชีพหลัก และมีอีกหลายครอบครัวที่ปลูกควบคู่กับพืชตระกูลอื่นไปด้วย


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"มะเดื่อฝรั่ง" พืชสรรพคุณทางยา ช่วยขับถ่าย-ป้องกันมะเร็งลำไส้

มูลนิธิโครงการหลวงหนุนเกษตรบนดอย “เลี้ยงไก่เบรส-ไก่ดำ” สร้างรายได้

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ