นายพรประเสริฐ ธรรมอินทร์ นักวิชาการ (งานไม้ผล) สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ มูลนิธิโครงการหลวง ระบุว่าสตรอว์เบอร์รี่ที่วิจัยและขยายพันธุ์อยู่ใน สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ คือพันธุ์พระราชทาน 80 ซึ่งได้พระราชทานมาเมื่อปี พ.ศ.2550 ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ส่วนขั้นตอนการขยายพันธุ์ไหลสตรอว์เบอร์รี่ หรืออาจเรียกว่า ต้นกล้าของสตรอว์เบอร์รี่ จะถูกแบ่งออกเป็น 4 รุ่น เรียกว่า Generation 1 - 4 หรือ G1 – G4 สำหรับ G1 จะได้จากทิชชู่คัลเจอร์ หรือ สตรอว์เบอร์รี่เนื้อเยื่อ ซึ่งจะมีความทนทานต่อโรค และจะนำ G1 มาเป็นแม่พันธุ์ จากนั้นเมื่อ G1 เติบโตจนมีไหล ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 60 วัน ก็จะเริ่มทำการเพาะไหล โดยการนำไหลหรือแขนงมาเพาะต่อในถุงดินหรือฝังดิน จนเติบโตได้เป็น G2 ก่อนจะตัดออกไปเพาะแยก และทำซ้ำเดิมอีก 2 ครั้ง จนได้รับต้นกล้ารุ่น 4 หรือ G4 ซึ่งไหลในแต่ละรุ่นจะแตกแขนงออกมาประมาณ 20-30 ไหล
หลังได้ต้นกล้ารุ่นที่ 4 ก็จะนำต้นกล้าเหล่านั้นลงแปลงเพาะปลูก และจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตจากต้นกล้ารุ่นที่ 4 เท่านั้น เนื่องจาก หากเก็บผลผลิตจากต้นกล้ารุ่น 1-3 ผลผลิตที่ได้อาจยังไม่แข็งแรง หรือรสชาติอาจผิดเพี้ยนไป ดังนั้นจึงต้องมีการเพาะไหล ให้ต้นกล้าได้ผ่านร้อนผ่านหนาว ได้รับธาตุอาหารอย่างเต็มที่ ผลผลิตที่ได้จึงจะสมบูรณ์ ส่วนการจัดจำหน่ายไหลรุ่นที่ 4 ให้กับเกษตรกรชาวเขา จะขายในราคาต้นละ 3 บาท เมื่อได้รับผลผลิตชาวเขาจะนำส่งกลับมาให้มูลนิธิโครงการหลวงจัดหาตลาดให้ในราคากิโลกรัมละ 400 บาทสำหรับเกรดพรีเมี่ยม ซึ่งนายพรประเสริฐ กล่าวว่า ทางโครงการหลวงจะรับซื้อผลผลิตกลับมาทั้งหมด เพื่อรักษาคุณภาพและมาตรฐาน หากเกษตรรายใดที่เป็นสมาชิกโครงการหลวงแต่กลับนำไปขายเองจะถูกตักเตือน หรือถูกตัดออกจากการเป็นสมาชิกทันที
สำหรับการเพาะปลูกสตรอว์เบอร์รี่ นักวิชาการงานไม้ผลรายนี้ บอกว่า จะลงแปลงปลูกในช่วงเดือนตุลาคม เพื่อจะให้ทันได้รับผลผลิตในช่วงหน้าหนาวตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมามากที่สุด ส่วนช่วงกลางปีก็จะเป็นการปรับค่าพีเอชในดิน และเริ่มทำการเพาะไหล โดยในแต่ละปีสามารถปลูกสตรอว์เบอร์รี่ได้ประมาณ 2 หมื่นต้นในพื้นที่ของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ มูลนิธิโครงการหลวง
ส่วนสตรอว์เบอร์รี่ พันธุ์ใหม่ล่าสุด หมายเลข 88 ที่ถูกถูกยกย่องว่ามีรสชาติดี เนื้อแน่นละเอียด ทนทานต่อการขนส่ง กลิ่นหอมและผิวสวย ที่กำลังอยู่ในช่วงการวิจัย นายพรประเสริฐ บอกว่า สตรอว์เบอร์รี่พันธุ์ดังกล่าว ยังไม่ได้นำมาขยายพันธุ์ที่อินทนนท์ แต่คาดว่าอีกประมาณ 2-3 ปีข้างหน้า จะสามารถเริ่มเพาะพันธุ์และส่งขายได้ ก่อนจะเริ่มส่งเสริมให้เกษตรกรได้นำไปเพาะปลูก อย่างไรก็ตามคาดว่าการเข้าสู่ตลาดของ พันธุ์ 88 จะไม่กระทบตลาดเดิมของพันธุ์ 80 เนื่องจากปัจจัยด้านราคา
ทั้งนี้ การเพาะพันธุ์ไหลสตรอว์เบอร์รี่ พืชเมืองหนาว ของมูลนิธิโครงการหลวง เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่นำไปเพาะปลูกสร้างรายได้ ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สามารถช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของขาวเขาได้จริง โดยมีหลายครอบครัวที่ยึดเอาการปลูกสตรอว์เบอร์รี่ เป็นอาชีพหลัก และมีอีกหลายครอบครัวที่ปลูกควบคู่กับพืชตระกูลอื่นไปด้วย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
"มะเดื่อฝรั่ง" พืชสรรพคุณทางยา ช่วยขับถ่าย-ป้องกันมะเร็งลำไส้
มูลนิธิโครงการหลวงหนุนเกษตรบนดอย “เลี้ยงไก่เบรส-ไก่ดำ” สร้างรายได้