เมื่อวันที่ (16 ต.ค. 60) จากกรณีร้านตัดผมชื่อดังย่านสยามสแควร์เผยแพร่คลิป 2 ลูกค้าไต้หวันที่ไม่ยอมจ่ายเงินค่าทำผม เนื่องจากไม่พอใจการให้บริการทางร้านที่เอาน้ำเย็นมาสระผมและขอให้ลดค่าตัดผมให้กับเพื่อนอีกคน จาก 350 บาท พนักงานลดให้เหลือ 250 บาท แต่ทั้งคู่กลับไม่ยอมจ่าย ทำให้เจ้าของร้านต้องเข้ามาเคลียร์ แต่ด้วยเรื่องของภาษาทำให้สื่อสารกันไม่ค่อยเข้าใจ ทำให้มีปากเสียงกันอยู่สักพักใหญ่ สุดท้ายลูกค้าทั้ง 2 คน ก็ยอมจ่ายเงินก่อนออกจากร้านไป ล่าสุดทั้งสองคนได้เดินทางเข้ามาขอโทษเจ้าของร้านตัดผมเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น
ทั้งนี้ ทางทีมข่าวนิวมีเดียพีพีทีวีได้สอบถามกับเจ้าของเพจเซียนไต้หวัน Taiwan Guru ถึงกระแสดราม่าที่เกิดขึ้นว่า กรณีร้านทำผมที่เกิดขึ้นที่เมืองไทย ประเด็นสำคัญคือขาดการสื่อสารที่ชัดเจน ทางประเทศไต้หวันมีวัฒนธรรมหนึ่ง คือ เรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคที่ค่อนข้างเคร่งครัด เช่น การซื้อสินค้า ถ้าไม่พอใจส่วนใหญ่สามารถคืนและขอเงินคืนได้เต็มจำนวน หากมีการตกลงกับทางร้านเอาไว้ แต่ไม่ได้รับการบริการตามที่ได้รับแจ้งไว้ก่อน กรณีนี้สามารถแย้งและปฏิเสธการจ่ายค่าบริการได้ทันที
หากทางร้านยังยืนกรานจะคิดเต็มจำนวน ลูกค้าสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ แต่ปกติแล้วงานด้านบริการ เช่น ร้านอาหาร ร้านทำผม ที่ประเทศไต้หวัน ส่วนใหญ่บริษัทมักจะแสดงความรับผิดชอบ ถ้าไปใช้บริการร้านอาหารแต่อาหารไม่ถูกปาก ไม่สามารถทานได้ โดยแจ้งทางร้านส่วนมากจะเปลี่ยนให้ทันทีและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ถ้ายังแก้ปัญหาไม่ได้ อาจจะมีการคืนเงินหรือให้คูปองเงินสดแทน คนไต้หวันส่วนใหญ่ไม่เข้มงวดเรื่องกฎหรือวัฒนธรรมมาก คนไต้หวันส่วนมากจะค่อยข้างเปิดใจและเข้าใจความต่าง แต่สิ่งสำคัญคือคุยกันดีๆ ใจเย็นๆ การสื่อสารที่สุภาพสำคัญกับทุกฝ่ายเสมอ วัฒนธรรมที่ประเทศไต้หวันจะไม่ค่อยแตกต่างจากประเทศไทยมากนัก อาจจะมีวัฒนธรรมเล็กๆ น้อยๆ เช่น มารยาทเมื่อติดต่องาน ต้องมีการการแลกนามบัตร เป็นต้น