ชาวบ้านใต้เขื่อนเจ้าพระยาโดนน้ำท่วมหนัก แม้ลดการระบายน้ำ
วันนี้ (16 ต.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ที่เขื่อนเจ้าพระยาในวันนี้มีรายงานว่าปล่อยน้ำผ่านเขื่อนลดลง ต่ำว่า 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยการปล่อยน้ำที่น้อยลง ส่งผลให้ระดับน้ำใต้เขื่อน ลดลงประมาณ 3 เซนติเมตร ซึ่งปริมาณน้ำที่ลดลงเพียงแค่เล็กน้อย แต่ไม่ส่งผลให้น้ำที่เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ขณะที่พื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ยังคงถูกน้ำท่วมอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ซึ่งยังคงมีน้ำเอ่อล้นตลิ่ง จนเข้าท่วมบ้านเรือนและรวมทั้งพื้นที่การทำไร่นาและการเกษตรของชาวบ้านต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังเขื่อนเจ้าพระยาได้ปล่อยน้ำเกินกว่า 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
จากภาพมุมสูงจะที่บริเวณเขื่อนจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า น้ำเหนือเขื่อนนั้นยังมีปริมาณมาก จากรายงานกรมชลประทานระบุว่ามีน้ำไหลมาจากพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ 2,849 ลบ.ม/วินาที เพิ่มขึ้น จากเมื่อวานนี้ ที่ 2,804 ลบ.ม/วินาที แต่ปล่อยน้ำออกท้ายเขื่อนลดลง จากเมื่อวานนี้ ที่ 2,616 ลบ.ม./ วินาที เหลือ 2,598 ลบ.ม./วินาที
สำหรับปริมาณน้ำที่ปล่อยลดลงนั้น ชาวบ้านที่ตำบลโพนางดำตก เป็นพื้นที่ใต้เขื่อน บอกว่าส่งผล ให้ระดับน้ำ ที่เข้าท่วมพื้นที่ ลดลงประมาณ 3 เซนติเมตรเท่านั้น แทบไม่มีผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลง เพราะ น้ำได้เข้าท่วมบ้านเรือนมาตั้งแต่ มีการปล่อยน้ำท้ายเจื่อน 2,500 ลบ.ม./ วินาที โดย เมื่อวันที่ 12 ที่น้ำไหลเข้าบ้านนั้นมีการประกาศเตือนแต่เป็นการประกาศแบบกระชันชิด
นอกจากชาวบ้านในจุดนี้ ยังมีอีกหลายกลุ่มที่ต้องออกมาตั้งเต็นท์ พักอาศัยอยู่ริมถนนซึ่งเป็นที่สูง เพราะไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านได้ โดยข้อมูลจากจังหวัดชัยนาทระบุว่า ขณะนี้มีพื้นที่ชุมชนท้ายเขื่อนได้รับผลกระทบลักษณะเดียวกันถึง 7 ตำบล รวมกว่า 2,300 หลังคาเรือน โดยชาวบ้านบอกกับทีมข่าวว่า ต้องเตรียมรับมือว่าหลังจากนี้จะมีฝนตกลงมาอีกหรือไม่
น้ำท่วมอยุธยา ฯ ยังวิกฤตเร่งป้องกันพื้นที่เกาะเมือง หวั่นหนักกว่าปี 54
ขณะที่สถานการณ์ที่เกาะเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมเฉียบพลันอย่างใกล้ชิด เพราะที่นี่ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ และกลายเป็นยุทธศาสตร์หลักที่ทางจังหวัดต้องเร่งสร้างแนวคันดินกั้นน้ำ เพื่อป้องกันน้ำเข้าท่วมที่เกาะเมืองแห่งนี้ แม้ว่าเกาะเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะยังไม่มีน้ำท่วมเหมือนหลายพื้นที่ ที่อยู่นอกเมือง แต่เป้าหมายใหญ่ของทางจังหวัดคือการป้องกันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ให้ไหลล้นแนวคันดินที่ทำเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ขณะที่การเตือนภัยพบว่าที่นี่หลายจุด ไม่มีเสาเตือนภัยส่งสัญญาณหากเกิดน้ำท่วมเฉียบพลัน ส่วนตรงจุดนี้ที่ทีมข่าวพีพีทีวีติดตามสถานการณ์คือวัดพรหมนิวาส โดยที่นี่ปี 2554 เกิดน้ำท่วมหนัก ทำให้เทศบาลเร่งวางแนวคันดินเต็มพื้นที่
ขณะที่แนวกระสอบทรายยาวหลายสิบเมตร ริมคลองหลวง วัดพรหมนิวาส กลายเป็นเกราะป้องกันภัยน้ำท่วมให้ชาวชุมชนเวิ้งระกำ และ ชุมชนวัดศาลาปูนกว่า 500 ครัวเรือน ที่นี่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ นอกเกาะเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม้จะไม่ใช่พื้นที่ต่ำที่สุดของฝั่งตะวันตก แต่ถ้าป้องกันน้ำจากคลองหลวงที่รับน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ได้ ก็อาจจะทำให้น้ำไหลเข้าท่วมเกาะเมืองได้เช่นกัน
ทีมข่าวพีพีทีวีได้ลงพื้นที่สำรวจร่องรอยน้ำท่วมบ้านปี 2554 ที่สูงเกือบ 2 เมตร กลายเป็นเครื่องเตือนใจของหน่วยงานและชาวชุมชน ทำให้พื้นที่ทุ่งรับน้ำที่ถัดจากวัดพรหมนิวาส มีการสร้างแนวคันดินเหนียวสูง 1 เมตร พร้อมวางพลาสติกและแนวกระสอบทรายกันน้ำจากคลองหลวงไหลท่วมชุมชน โดยจะปรับความสูงตามสถานการณ์ของน้ำ เพราะหากกันที่นี่ไม่ได้ น้ำจะเข้าทะลักไปที่เกาะเมืองทันที รองนายกเทศมนตรีนคร จ.พระนครศรีอยุธยา ยอมรับ สถานการณ์น้ำอยู่ในขั้นวิกฤต สำหรับการเตือนภัยในพื้นที่ชาวชุมชนวัดศาลาปูน เล่าว่า มีหน่วยงานมาดูแลเป็นระยะ แต่ไม่เคยมีการประชุมเพื่อหนีน้ำหากท่วมเฉียบพลัน หรือตั้งเสาแจ้งเตือนหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
ส่วนฝั่งวัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา แม้ตอนนี้จะยังสามารถป้องกันไม่ให้น้ำเอ่อท่วมโบราณสถานได้ เพราะมีคันเหล็กสูง 3เมตร 50เซนติเมตร ป้องกันน้ำไม่เอ่อเข้าท่วมพื้นที่ด้านในไว้ แต่เพื่อความแข็งแรงของคันกั้นน้ำ เจ้าหน้าที่จึงเร่งบรรจุทรายใส่กระสอบเพื่อนำไปเสริมเป็นแนวให้คันกั้นน้ำแข็งแรงมากขึ้น และจนถึงขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ยังไม่รู้ว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น หรือ ลดลง เนื่องจากไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจน ประกอบกับในโลกออนไลน์มีข้อมูลหลายชุดสร้างความสับสนให้คนในพื้นที่
ด้านอำเภอบางบาล จุดที่อยู่ริมคลองบางบาลเป็นอีกจุดที่มีน้ำท่วมสูง สำนักงานสาธารณสุขบางบาลถูกน้ำท่วมแล้ว ขณะที่ทางอำเภอบางบาล อยู่ระหว่างทำคันดินกั้นน้ำ สูงกว่าระดับถนนประมาณ 1เมตร ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่เคยทำเมื่องปี 2554 และสามารถป้องกันน้ำท่วมในปีนั้นได้ โดยคันดินที่ยาวตั้งแต่หน้าอำเภอบางบาล ไปจรถึงวัดจันทาราม ระยะทางประมาณ 1กิโลเมตร