ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขื่อนอุบลรัตน์เพิ่มการระบายน้ำเป็น 50 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์ของพื้นที่ท้ายเขื่อน และริมแม่น้ำพองและแม่น้ำชี เรียกได้ว่าเข้าขั้นวิกฤต อย่างที่อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ที่ได้ชื่อว่าเป็นสะดืออีสาน ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งมากกว่า 1 เมตรแล้วและไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนเป็นบริเวณกว้าง โดยผลกระทบจากปริมาณน้ำที่เพิ่มมากขึ้นได้อย่างชัดเจน ทั้งศาลาแปดเหลี่ยม สะดืออีสานบึงกุย ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของภาคอีสาน ถูกน้ำล้อมรอบทั้งหมดแล้ว ชุมชนสะดืออีสานที่มีอยู่ 20 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมจนเกือบถึงหลังคา ระดับน้ำอยู่ที่ 3-4 เมตร ชาวบ้านต้องอพยพออกมากางเต็นท์นอนบนถนน
ส่วนเขตเทศบาลตำบลโกสุมพิสัย และตำบลหัวขวาง ที่อยู่ติดแม่น้ำชี ชาวบ้านเร่งทำ ผนังกั้นน้ำเพื่อป้องกันไม่น้ำจากแม่น้ำชี ไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและการเกษตร โดยขณะนี้บางจุด ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งมากกว่า 1 เมตร โดยนายกเทศมนตรีตำบลโกสุมพิสัย บอกว่า ค่อนข้างกังวลใจ กับสถานการณ์น้ำในขณะนี้ เช่นเดียวกับ หมู่ที่ 11 ตำบล ลาดพัฒนา ในตัวเมืองมหาสารคาม ที่นี่น้ำไม่เคยท่วมมากว่า 6 ปีแล้ว แต่ปีนี้ ชาวบ้านต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หลังน้ำชีล้นตลิ่งเข้าเขตชุมชน
ขณะที่ อำเภอเมืองมหาสารคาม ประกาศให้ ชาวบ้าน ใน ตำบลลาดพัฒนา ตำบล ท่าตุม และ ตำบลแก่งเลิงจาน ขนของขึ้นที่สูงเพื่อเตรียมรับน้ำที่คาดว่าจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยผู้นำชุมชนหลายหลายตำบลที่อยู่ติดริมแม่น้ำชี บอกว่า การปล่อยน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ที่ขณะนี้ อยู่ที่ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่ายังพอรับมือไว้ แต่หากปล่อยน้ำมากเกินกว่านี้ ชาวบ้านจะได้รับผลกระทบมากขึ้น และอยากขอให้รักษาปริมาตรการปล่อยน้ำจากเขื่อนไว้ที่ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร ไปอีก 1-2 วัน เพื่อจะได้เตรียมรับมือได้ทัน